strategist

ผู้เขียน : strategist

อัพเดท: 14 มิ.ย. 2023 15.09 น. บทความนี้มีผู้ชม: 521 ครั้ง

รถยนต์เป็นยานพาหนะละเอียดอ่อนที่แม้แต่อุณหภูมิก็ส่งผลเสียต่อชิ้นส่วนและอะไหล่ภายในได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่อากาศร้อนจัด ในบทความนี้ทางเราจะมาบอกถึงผลเสียของการจอดรถตากแดดนาน ๆ
ครับ


รวมวิธีแก้ไขและเช็กอาการเบื้องต้นเมื่อรถสตาร์ทไม่ติด

รวมวิธีแก้ไขและเช็กอาการเบื้องต้นเมื่อรถสตาร์ทไม่ติด

ปัญหารถสตาร์ทไม่ติดสามารถเกิดขึ้นได้กับรถทุกคันทุกประเภท ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่แตกต่างกันไป เช่น ไดสตาร์ทมีปัญหา, น้ำมันหมด หรืออาการแบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม เป็นต้น ปัญหารถสตาร์ทไม่ติดถือเป็นปัญหากวนใจที่เจ้าของรถทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะมันเป็นเหมือนสัญญาณเตือนว่ารถของคุณกำลังมีปัญหาและต้องรีบนำไปตรวจเช็กโดยด่วน โดยเราจะสามารถเช็กอาการเบื้องต้นและประเมินสาเหตุที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ไปดูกันเลยครับ

 

1.บิดกุญแจสตาร์ท แต่ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ทำงาน

ส่วนมากแล้วสาเหตุที่ทำให้รถสตาร์ทไม่ติดนั้น มักจะเป็นปัญหาที่สามารถพบได้ทั่วไป ซึ่งเราสามารถสังเกตได้จากเสียงเครื่องยนต์ตอนบิดกุญแจสตาร์ท โดยถ้าเราบิดกุญแจแล้วหน้าปัดไม่มีไฟขึ้น มีแต่เสียงดังแชะ ๆ แสดงว่าแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ต้องลองแก้ไขด้วยการพ่วงแบตเตอรี่กับรถคันอื่นที่มีแบตอยู่ แต่ถ้าทำแล้วรถยังสตาร์ทไม่ติดอีก แนะนำให้เรียกช่างมาดูและเตรียมเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นลูกใหม่ได้เลย

2.บิดกุญแจสตาร์ทแล้วเครื่องหมุนเร็ว แต่สตาร์ทไม่ติด

ปัญหารถสตาร์ทไม่ติด ไม่ได้มีสาเหตุมาจากตัวแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว หากมีเสียงเครื่องยนต์หมุนระหว่างบิดกุญแจแต่ก็ยังสตาร์ทรถไม่ติด อาการนี้อาจมีความเป็นไปได้ว่าเครื่องยนต์ของรถคุณกำลังมีปัญหาโดยตรง ซึ่งถ้าเจ้าของรถไม่มีประสบการณ์หรือความรู้ในการซ่อมที่ถูกต้อง เราขอแนะนำให้เรียกช่างหรือเอารถเข้าอู่เพื่อตรวจเช็กสภาพจะดีที่สุดครับ

3.บิดกุญแจสตาร์ทแล้วเครื่องหมุนอืด ๆ 

หากคุณบิดกุญแจแล้วมีเสียงสตาร์ทแต่รถไม่ติด อาการจะคล้ายกับข้อก่อนหน้า ต่างกันที่มีเสียงเครื่องยนต์ดังเอื่อย ๆ อืด ๆ อาการนี้อาจมีสาเหตุมาจากแบตเตอรี่มีกำลังไฟอ่อน ไม่มีกำลังในการสตาร์ทมากพอทำให้รถสตาร์ทติดยาก แนะนำให้ลองจัมพ์แบตเตอรี่จากรถคันอื่นที่มีไฟดูก่อน ซึ่งถ้าหากคุณสตาร์ทติด ควรรีบขับไปหาช่างที่อู่โดยเร็ว เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าปัญหานี้จะเกิดขึ้นซ้ำอีกเมื่อไหร่

 

แม้ปัญหารถสตาร์ทไม่ติดจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน แต่สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดคงหนีไม่พ้นการจอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานานจนแบตเตอรี่เสื่อม ซึ่งส่งผลต่อเนื่องจนทำให้รถยนต์สตาร์ทไม่ติด ดังนั้นหากคุณเป็นเจ้าของรถสายจอดนานคุณก็ควรใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่คอยชาร์จไฟให้เต็มเสมอ เพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้ยาวนาน ไม่เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร

มาป้องกันปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมจากการจอดนานที่ต้นเหตุ ด้วยเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK MXS 5.0 และ CTEK XS 0.8 เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัจฉริยะที่ขายดีที่สุดในท้องตลาด เทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะจากประเทศสวีเดน ใช้งานง่าย ปลอดภัย รับประกัน 5 ปี ไม่ต้องมีความรู้เรื่องช่างก็สามารถใช้งานได้ในทันที มาพร้อมกับระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อชาร์จเต็ม สามารถชาร์จทิ้งไว้ได้เป็นเดือน ๆ โดยไม่ทำให้แบตเตอรี่เสีย เป็นมิตรกับระบบไฟฟ้าภายในตัวรถอย่างแน่นอน


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที