เวลาที่เราหิวมากๆในยามค่ำคืน ถ้าเป็นชาวไทยเรา อาหารง่ายๆยามดึกอาจจะเป็นนมสักแก้วหรือไม่ก็มาม่าสักชาม แต่สำหรับผมแล้ว แค่นั้นมันเหมือนยังไม่ได้ทานอะไรลงไปเลย ผมอยากได้ข้าวสวยร้อนๆสักชาม มาทำให้ท้องอิ่มก่อนที่จะนั่งจัดการงานบนโต๊ะเขียนหนังสือก่อนนอน
ในเวลาค่ำมืดดึกดื่นซึ่งห้างหรือร้านค้าต่างๆปิดกันหมดแล้ว ผมเปิดตู้เย็นตัวเดียวที่ตั้งอยู่ในห้องพร้อมกับความหวังที่ว่าจะมีเนื้อหมูเหลือสักชิ้น แต่ผมก็ต้องพบแต่ไอเย็นๆที่ล่องลอยเล่นอยู่ในช่องแช่แข็ง ผมจึงกำลังตัดสินใจจะออกจากหอไปยังร้านอาหารใกล้ๆบ้านที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง และนามของมันก็คือ โยชิโนะยะ
ผมยังคงเปิดตู้ด้านล่างดูว่า จะมีอะไรกินได้บ้าง เหลือก็แต่น้ำอัดลมที่ซื้อมาเมื่อเย็น อยากจะหยิบไปกินกับข้าวร้อนๆด้วยจัง แต่ไม่รู้ว่าเค้าจะอนุญาตไหม สรุปว่าคงไม่ต้องดีกว่า หนาวๆแบบนี้ดื่มชาอุ่นๆคงดีกว่าเป็นไหนๆ
ผมข้ามถนนที่มีเสียงสัญญาณบอกว่าเป็นไฟเขียวสำหรับคนข้าม ดังนั้นแทบจะไม่ต้องมองไปที่สัญญาณไฟเลย ฟังเสียงก็ทำให้รู้ว่าเป็นสิทธิ์ของคนเดินถนนแล้ว ผมข้ามมายังอีกฝั่งถนนซึ่งเป็นทางเท้าสำหรับเดินเรื่อยไปสุดลูกหูลูกตา ร้านค้าต่างๆตามข้างทางที่เปิดตั้งแต่เช้า ถึงหัวค่ำก็ปิดกันหมดแล้ว เหลือก็แต่เพียงร้านโยชิโนะยะที่ยังปล่อยให้แสงไฟลอดผ่านประตูกระจกออกมา
ผมนำเจ้าสองล้อคู่ใจมาจอดบริเวณลานจอดรถจักรยานข้างสถานีรถไฟ แล้วเดินผ่านประตูเลื่อนอัตโนมัติเข้าไปในร้าน
いらっしゃいませ [IRASSHAIMASE]
คำแรกที่เป็นการต้อนรับลูกค้าหิวโซอย่างผมจากพนักงานภายในร้าน ร้านโยชิโนยะที่ผมมาสาขาใกล้บ้านนี้ จะมีโต๊ะสำหรับนั่งกันเป็นกลุ่มประมาณสี่คน ม้านั่งเบาะ พนักพิงชนกันอยู่ติดกับกำแพงทั้งสองข้างซ้ายขวา ตรงกลางร้านเป็นโต๊ะรูปตัวยูและมีเก้าอี้วางเรียงรายรอบโต๊ะตัวยูนั้น ตรงกลางเป็นทางเดินพร้อมกับเครื่องคิดเงินที่อยู่บริเวณส่วนโค้งตัวยู
ร้านโยชิโนะยะ เป็นร้านอาหารจานด่วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดร้านหนึ่งในญี่ปุ่น มีสาขาต่างๆมากมายทั่วญี่ปุ่นและทั่วโลก สำหรับผู้ชอบดูหนังฮอลลีวู๊ดก็พอจะมีให้เห็นหน้าเห็นตากันบ้างในภาพยนตร์เรื่อง The Terminal ซึ่งนำแสดงโดยทอม แฮงค์
คติของร้านนี้ก็คือ ถูก รวดเร็ว และอร่อย และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมชอบที่จะมาทานอาหารร้านนี้อยู่บ่อยๆ เพราะว่าเค้าบริการได้รวดเร็วมาก เมนูอาหารโดยทั่วไปของร้านนี้ก็จะแบ่งเป็น
ประเภทด้ง 丼 ข้าวเป็นชามราดด้วยหน้าต่างๆ เช่น ข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมูซึ่งจะบรรจุในชามมาเสิร์ฟในเวลาประมาณไม่เกินหนึ่งนาทีนับจากเราสั่ง ดูๆแล้วก็เป็นอาหารธรรมดาๆ แต่รสชาติก็อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซอสที่เคล้ามากับเนื้อที่อยู่บนชามข้าวราวกับมนต์ที่สะกดให้ลูกค้ากลับมายังร้านนี้บ่อยๆ ขนาดของชามมีทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ ราคาก็แตกต่างไปตามขนาด ซึ่งเฉลี่ยอยู่ประมาณสี่ร้อยเยน
ประเภทแกงกะหรี่ カレー นอกจากร้านนี้จะมีชื่อเรื่องข้าวหน้าเนื้อที่เรียกว่ากิวด้งแล้ว ยังมีแกงกะหรี่ที่มาพร้อมกับข้าวร้อนๆด้วย ซึ่งมีทั้งแกงกะหรี่เปล่าๆ หรือหมูทอด น้ำจากแกงกะหรี่ที่ไม่ใสและไม่ข้นจนเกินไปขับให้กลิ่นไอของแกงกะหรี่หอมกรุ่นมากขึ้นไปอีก ราคาก็แตกต่างไปตามวัตถุดิบ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็จะประมาณ สี่ถึงห้าร้อยเยน
อาหารชุด 定食 สำหรับผู้ที่อยากทานให้อิ่มหนำสำราญ ทางร้านก็ยังมีอาหารชุดไว้บริการด้วย ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นข้าวสวย กับข้าว และก็น้ำซุป ซึ่งสามารถเลือกกับได้ว่า จะเป็นเนื้อหมู หรือเนื้อวัว หรือเป็นอุด้งในหม้อเลยก็ได้ซึ่งคล้ายๆกับสุกี้ นอกจากนี้ช่วงเวลา ตีห้าถึงสิบโมงเช้าก็มีชุดอาหารเช้าด้วย แน่นอนว่าคงไม่ใช่ไข่ดาวกับหมูแฮมแน่ๆ แต่เป็นอาหารชุดที่มีข้าวกับเนื้อปลาเป็นส่วนประกอบ การที่มีชามต่างๆวางเรียงรายอยู่อย่างมากมายก็เป็นการเพิ่มอรรถรสแห่งการลิ้มรสอาหารให้มากขึ้น ราคาของอาหารชุดจะประมาณห้าร้อยถึงหกร้อยเยน
สลัด ไม่ใช่แต่อาหารประเภทเนื้อสัตว์เท่านั้น ทางร้านยังมีสลัดผักให้ทานอีกด้วย ซึ่งจะบรรจุอยู่ในถ้วยขนาดย่อมดูน่ารับประทาน ราคาประมาณหนึ่งร้อยเยน นอกจากนี้ก็จะเป็นพวกน้ำซุปหรือไข่ที่มีให้สั่งแยกต่างหากได้
เมนูจะมีติดไว้ที่ผนังกำแพงและเป็นแผ่นพลาสติกวางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าเราด้วย ถ้าพูดไม่เป็น ก็ดูราคาแล้วชี้ที่รูปได้เลย ง่าย และอิ่ม โดยที่ไม่ต้องพูดอะไรซักคำเลยทีเดียว
เนื่องจากผมมาคนเดียว ผมจึงเลือกนั่งบริเวณรอบตัวยู สั่งบุตะด้งคือข้าวหน้าหมูมาหนึ่งชาม สามสิบวินาทีสำหรับการรอคอยและไม่เกินสิบนาทีสำหรับท้องอิ่ม
ถึงเวลาเรียกคิดเงินก็ไม่ยาก จะชูมือพร้อมกับธนบัตร หรือจะพูดดังๆว่า
ごちそうさま [GOCHISOUSAMA]
ผมไม่ได้เอาเงินติดตัวมา
นั่นไงความลำบากหลังจากอิ่มท้องตามมาแล้ว คงเพราะผมคิดว่ายังมีเงินติดอยู่ในกระเป๋าเสื้อสักห้าร้อยเยน แต่ก็ใช้ไปกับน้ำอัดลมเมื่อเย็นซะแล้ว ครั้นจะให้ผมบอกว่าติดไว้ก่อน เดี๋ยวไปหยิบจากหอมาจ่ายให้ พนักงานที่ไหนก็คงไม่เชื่อ ผมแก้ปัญหาด้วยการโทรเรียกเพื่อนที่อาจจะนอนหลับไปแล้วให้ออกมาจ่ายเงินแทนผมไปก่อน
และเหตุการณ์ครั้งนั้นเองทำให้ผมขอบคุณเพื่อนเป็นการใหญ่ที่ช่วยออกมาแก้ปัญหาให้ผมในยามดึกดื่นว่างๆผมจึงเลี้ยงข้าวเพื่อนคนนี้เป็นการตอบแทน และคงไม่ใช่ข้าวที่ไหนนอกจาก โยชิโนะยะ
ขอขอบคุณ ภาพบางส่วนจาก Wikipedia, the free encyclopedia http://en.wikipedia.org/wiki/Yoshinoya
บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที