metahealth

ผู้เขียน : metahealth

อัพเดท: 24 ธ.ค. 2023 23.04 น. บทความนี้มีผู้ชม: 7732 ครั้ง

บทความแนะนำ แหล่งความรู้เกี่ยวความงามสำหรับผู้หญิง


รวมสาเหตุการเกิดสิวผด มีวิธีแก้อย่างไร ให้ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น

ปัญหาสิวผด เป็นอีกหนึ่งสัญญาณสุขภาพผิวอ่อนแอ และทำให้หมดความมั่นใจในการทำกิจกรรมประจำวันได้ง่ายๆ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องแต่งหน้าทุกวัน ยิ่งทำให้เวลาเกิดสิวผด ต้องใช้ความระมัดระวังและใช้เวลานานในการรักษา ดังนั้นบทความวันนี้ จะมาแนะนำวิธีรักษาสิวผด พร้อมกับเผยสาเหตุว่าสิวผดเกิดจากอะไร 
 
 

หัวข้อเกี่ยวกับปัญหาและการรักษาสิวผด

 
สิวผด คืออะไร
 
สิวผด (Acne Aestivalis) คือ สิวผื่นเม็ดเล็กๆ ที่เกิดจากความผิดปกติในการทำงานของต่อมเหงื่อใต้ผิวหนัง และอีกสาเหตุคือเกิดจากเชื้อรา หรือยีสต์ในกลุ่ม Malassezia species) ซึ่งปกติจะพบได้บนผิวมนุษย์เราอยู่แล้ว แต่หากเกิดระคายเคืองต่อผิวเป็นไปได้ว่าเชื้อรานี้กำลังเจริญเติบโตผิดปกติ จนทำให้เกิดโรคผิวหนัง หรือเมื่อผิวไปเจอฝุ่นละออง เหงื่อ ก็กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ เป็นเม็ดผื่นขึ้นที่หน้า หรือที่เรียกว่า สิวผด นั่นเอง
 
 
สิวผด เกิดจากอะไร
 
การเกิดขึ้นของสิวผด ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยภายในหรือเกิดจากเชื้อราเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปัจจัยภายนอกอีกหลายประการดังนี้
 
ภาวะภูมิคุ้มกันตก
เกิดจากช่วงที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ อันเกิดจากอาการเจ็บป่วยจนทำเซนซิทีฟกับมลภาวะและแวดล้อมรอบข้างได้ง่าย
 
มลภาวะที่เป็นพิษจากแวดล้อม
มลพิษที่ทำให้ผิวแพ้ง่าย มักผ่านมาทางอากาศ โดยเฉพาะปัจจุบันที่เกิดฝุ่น PM2.5 ทำให้ผิวเกิดระคายเคือง คันแพ้ และผิวหน้าเกิดสิวผดได้ง่าย
 
แพ้เหงื่อตัวเอง
มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่อากาศร้อนมากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายผลิตเหงื่อเป็นจำนวนมาก เมื่อบริเวณที่เกิดเหงื่อ ชื้นและแฉะร่วมกับฝุ่นละอองที่ลอยมากับอากาศทำให้เกิดระคายเคือง และเกิดสิวผดได้นั่นเอง
 
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าไม่เหมาะกับผิว
หากเลือกใช้ครีมบำรุงหน้า หรือสบู่ล้างหน้า ไปจนถึงเครื่องสำอางที่ไม่เหมาะกับผิว ก็อาจเกิดการแพ้ อีกทั้งหากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวหน้า ที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ผ่านอย. ก็เป็นผลให้เกิดสิวผดได้ง่าย
 
ใช้น้ำอุ่นล้างหน้าบ่อยจนเกินไป
เพราะการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น ทำให้ผิวหน้าแห้งกร้าน ไม่มีความสมดุลก่อให้ผิวหน้าเกิดการระคายเคืองได้ง่าย ผิวแพ้ง่าย และเกิดเป็นสิวผดได้เช่นกัน
 
ความเครียดสะสมและพักผ่อนน้อย
ความเครียดและการนอนน้อยไม่ได้ก่อให้เกิดสิวอักเสบเพียงอย่างเดียว แต่ทำให้ร่างกายขาดความสมดุล ภูมิคุ้มกันตกชั่วขณะ ทำให้เกิดสิวผดได้เช่นกัน
 
ลักษณะสิวผด เป็นอย่างไร
 
สิวผดมีลักษณะเป็นผื่น หรือเม็ดเล็กๆ หลายเม็ดถี่ขึ้นเรียงกันเป็นวงกว้าง กระจายทั่วใบหน้า และไม่สามารถบีบออกได้ เพราะไม่มีหัวสิวที่เกิดจากไขมันสะสมเป็นหลัก อีกทั้งสามารถเกิดได้บ่อย แบบเป็นๆ หายๆ และสามารถเกิดร่วมกับสิวประเภทอื่นได้
 
ประเภทของสิวผด
 
สิวผดแบ่งได้ 2 ประเภท ตามสาเหตุของการเกิด นั่นก็คือ สิวผดจากสุขภาพผิวอ่อนแอ คือสิวผดที่เกิดจากภาวะภูมิตก, แพ้เหงื่อ,ผิวระคายเคืองได้ง่ายและไวต่อฝุ่นละอองจนเกิดเป็นสิวผด และอีกประเภทคือ สิวผดจากการได้รับสารแปลกปลอม เช่น การแพ้ครีม-เครื่องสำอาง, ล้างหน้าผิดวิธี, ละเลยไม่ดูแลความสะอาดผิว เป็นต้น
 
บริเวณที่มักเกิดสิวผด มีตรงไหนบ้าง
 
สิวผดสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย แต่ส่วนใหญ่จะขึ้นบริเวณใบหน้า โดยส่วนที่พบได้บ่อยมีดังนี้
 

 

 
วิธีรักษาสิวผดด้วยตัวเอง
 
หากเกิดสิวผดขึ้นแล้วล่ะก็ วิธีดูแลและรักษาเพื่อบรรเทาอาการสามารถทำได้ด้วยตัวเองดังนี้
 
1. ใช้ยาทาเพื่อบรรเทาอาการสิวผด
เมื่อเป็นสิวผด สามารถใช้ยาบรรเทาอาการได้ ซึ่งตัวยามีส่วนผสมของ Ketoconazole ให้ฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา หรือยีสต์ที่ก่อให้เกิดสิวผดได้ แต่ต้องอยู่ในการดูแลและควบคุมการจ่ายยาโดยแพทย์เท่านั้น
 
2. ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดและถูกวิธี
เพราะการชำระล้างสิ่งสกปรกบนใบหน้าที่ดีคือน้ำสะอาด และไม่ทำให้สิวผิดเกิดระคายเคืองมากกว่าเดิม 
 
3. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด-ดูแลผิวหน้าที่ได้มาตรฐาน
เมื่อเกิดสิวผด ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองได้ง่ายเช่น AHA,BHA และต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ผ่านอย. เท่านั้น
 
4. ใช้ผลิตภัณฑ์ลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า
เพราะความมันเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดสิวผดได้ ดังนั้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอของกรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) และควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมน้ำมันต่างๆ
 
5. เช็ดเครื่องสำอางออกให้หมดจดทุกครั้งก่อนล้างหน้า
ก่อนล้างหน้าควรเช็ดเครื่องสำอางออกให้หมด เพื่อให้แน่ใจว่าใบหน้าไม่หลงเหลือสารเคมี ที่อาจจะสะสมทำให้ผิวเกิดอาการแพ้ สิวขึ้น และเป็นสิวผดได้
 
6. หมั่นซักและตากชุดเครื่องนอนเป็นประจำ
สิ่งสกปรก หรือไรฝุ่นอาจสะสมตามที่นอน หมอน ผ้าห่มที่เราใช้อยู่เป็นประจำ และแน่นอนว่าเป็นต้นเหตุก่อให้ผิวแพ้ ผื่นขึ้น และเกิดสิวผดได้ ดังนั้นควรซัก อย่างน้อย อาทิตย์ละ 1 ครั้ง
 
7. หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด
เพราะแสงแดดเป็นต้นเหตุของการทำให้ผิวเกิดระคายเคืองได้ง่าย และทำให้เกิดสิวผด ดังนั้นหากต้องเจอแสงแดดบ่อย ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 PA+++ ที่ไม่ผสมน้ำมันเยอะ
 
8. ดื่มน้ำสะอาดมากๆ 
เพราะน้ำเป็นส่วนสำคัญของการขับสารพิษ และสิ่งสกปรกออกจากร่างกายและผิว ดังนั้นควรดื่มน้ำให้ได้ 2 ลิตร ต่อ 1 วัน เป็นอย่างต่ำ
 
9. พักผ่อนให้เพียงพอ
เพราะในช่วงเวลาที่ร่างกายหลับ เป็นช่วงที่เซลล์ต่างๆ ในร่างกายจะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ดังนั้นแล้วการนอนน้อยจึงส่งผลเสี่ยทั้งต่อสุขภาพร่างกาย และสุขภาพผิวก็แย่ เช่นใบหน้าหมองคล้ำ ผิวแห้งกร้าน ไปจนถึงสิวต่างๆ รวมถึงสิวผดก็ขึ้นได้ในที่สุด
 
10. มาเด้คอลลาเจน (MADE COLLAGEN)
การฉีดมาเด้ ช่วยฟื้นฟูผิวที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรง และยังช่วยล้างสารพิษอันทำให้ผิวเสีย ผิดติดสาร และสิวผดได้อย่างดี ด้วยเทคนิคการฉีด 16 จุด 
 
11. เลเซอร์หน้าใส Dual Yellow
เป็นวิธีรักษาและป้องกันการเกิดสิวผดที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการยิงคลื่นแสงที่มีพลังเข้มข้นสูงเข้าไปลอกชั้นผิวที่เสื่อมสภาพทีละชั้น และปรับสภาพเซลล์ผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวใหม่ ทำให้โครงสร้างผิวที่อ่อนแอ อยู่ในภาวะแพ้ หรือกำลังเป็นสิวผดกลับมาแข็งแรงและเรียบเนียนไปพร้อมๆ กัน
 
12. ฉีดชาแนล (Chanel injection)
เป็นการปรนนิบัติผิวแบบฉบับสาวเกาหลี ด้วยตัวยาที่ฉีดเข้าไปช่วยปรับปรุงการทำงานของเซลล์ผิว กู้หนัาพัง อันเกิดจากสิวอักเสบ สิวผด หรือผิวหน้าแห้งกร้าน ให้กลับมามีสมดุล และเรียบเนียน
 
13. เข้ารับการรักษาสิวผดกับแพทย์ผิวหนังโดยเฉพาะ
เมื่อเป็นสิวผดเรื้อรัง รักษาด้วยตัวเองแล้วไม่หายเสียที แนะนำให้เข้าพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อรับการวินิจฉัย เพื่อใช้ยารักษาที่เหมาะสมกับอาการมากที่สุด 
 
เป็นสิวผดกี่วันถึงหาย
 
หากเป็นแล้วสามารถหายได้เองภายใน 3- 4 วัน หากไม่ไปเพิ่มความระคายเคืองให้ผิว แต่หากเป็นสิวผดที่เกิดจากการแพ้สารเคมี อาจทำให้เกิดการดื้อยา เป็นๆ หายๆ ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานานเป็นเดือน
 
สิวผดแบบไหน ที่ควรให้แพทย์รักษา
 
โดยปกติแล้วสิวผด หากไม่เจอสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการระคายเคืองเพิ่มก็จะค่อยๆ หายได้เอง แต่หากสิวผดเป็นๆ หายๆ หรือหายช้าร่วมกับมีอาการคัน จับแล้วรู้สึกเจ็บ ควรเข้าปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยสาเหตุและเลือกใช้ยารักษาอย่างถูกต้อง
 
 
การป้องกันไม่ให้เกิดสิวผด
 
 
การรักษาสิวผด หากเป็นไม่มาก สามารถรักษาได้ด้วยตัวเองก็จะหายได้เร็ว แต่หากเกิดสิวผดที่เป็นๆ หายๆ หรือหายช้ามาก มีอาการคัน อักเสบ ร่วมด้วย ควรเข้าพบแพทย์เพื่อให้แพทย์วินิฉัยและเลือกแนวทางการรักษาให้จะดีที่สุด
 
หากสนใจอ่านข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเพิ่มเติมสามารถเข้าชมต่อได้ที่ : https://www.gangnamconsult.com/acne-aestivalis/

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที