metahealth

ผู้เขียน : metahealth

อัพเดท: 24 ธ.ค. 2023 23.04 น. บทความนี้มีผู้ชม: 7257 ครั้ง

บทความแนะนำ แหล่งความรู้เกี่ยวความงามสำหรับผู้หญิง


รวมวิธีลดและกำจัดเหนียงใต้คาง อย่างปลอดภัยแบบไร้มีดหมอ

 
เหนียงใต้คาง เป็นอีกหนึ่งปัญหากวนใจที่ทำให้ใบหน้าดูอ้วน บวมใหญ่ จนขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน บทความวันนี้ จะมีแนะนำวิธีกำจัดเหนียงใต้คางอย่างปลอดภัยแบบไร้มีดหมอ มีอะไรบ้าง และแบบไหนถึงเหมาะกับเราที่สุด เช็คกันเลยดีกว่า
 
เหนียงใต้คาง คืออะไร เกิดจากอะไร
 
เหนียงใต้คาง หรือ เหนียงสองชั้น (Double Chin) เป็นไขมันที่สะสมอยู่บริเวณใต้คาง ซึ่งพบได้แทบทุกช่วงวัยทั้งในผู้ชาย และผู้หญิง โดยปัญหานี้เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ไม่ควบคุมการรับประทานอาหาร ไม่ค่อยออกกำลังกาย จนทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ไขมันค่อยๆ ไปสะสมบริเวณใต้คาง นอกจากนั้นยังเกิดจากพันธุกรรม เพราะหากคนในครอบครัวส่วนใหญ่มีผิวที่ไม่เต่งตึง ก็อาจจะส่งผลทำให้เกิดเหนียงได้ง่าย และประการสุดท้ายเกิดได้จากอายุที่มากขึ้น ผิวมีความยืดหยุ่นน้อยลง และหย่อนคล้อยได้ง่าย ก็ทำให้เกิดเหนียงใต้คางได้มากกว่าคนอายุน้อย
 
ทำไมคนผอมถึงมีเหนียง?
 
สาเหตุที่คนผอม มีเหนียงเกิดขึ้นได้จาก การรับประทานอาหารประเภทโซเดียมสูง หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ อาการบวมน้ำ ทำให้ใบหน้า และใต้คางดูบวมขึ้นได้ และอีกประการคือ เป็นคนคางสั้นโดยกำเนิด ทำให้กรอบหน้าไม่ชัด ใบหน้าดูอ้วน ดูเป็นคนมีเหนียงได้
 
วิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหนียงใต้คาง
 
วิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหนียงใต้คาง คือการควบคุมไม่ให้เกิดไขมันสะสมบริเวณใต้คาง และวิธีที่ดีและทำได้ง่ายที่สุดคือ การควบคุมอาหาร ลดแป้ง ของมัน ของทอด ไปจนถึงออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนอกจากจะทำให้ไม่เกิดเหนียงใต้คางแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพ ไม่เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน หรือโรคเกี่ยวกับความดันโลหิต โรคมะเร็ง หรือโรคหัวใจ ได้อีกด้วย
 
 
วิธีลดเหนียงใต้คางด้วยตัวเอง มีอะไรบ้าง
 
หากเกิดเหนียงที่ใต้คางมากขึ้น วิธีที่จะลดได้สามารถทำได้ด้วยตัวเอง และมีหลายวิธีดังนี้
 
เฉดดิ้งเครื่องสำอาง
เป็นวิธีอำพรางเหนียงใต้คาง ที่ใช้ได้ผลในเวลาฉับพลันเร่งด่วน โดยการใช้เฉดดิ้ง (shading) หรือ คอนทัวร์ (Contour) ปัดบริเวณกรอบหน้า กราม และใต้คาง ด้วยสีน้ำตาลของเฉดดิ้งจะอำพรางไขมันส่วนเกินบริเวณใต้คางให้ดูลดน้อยลง 
 
การควบคุมอาหาร
เพราะการเกิดเหนียง คือการที่ไขมันไปสะสมบริเวณใต้คางเยอะๆ ดังนั้นแล้ว การเลือกรับประทานอาหาร ไปพร้อมๆ กับควบคุมปริมาณอาหารที่ทานต่อมื้อ ย่อมทำให้ไม่เกิดไขมันสะสม โดยสามารถปฏิบัติได้ดังนี้
 
 
ควบคุมปริมาณการบริโภคอาหารต่อมื้อ
เลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันดี เช่น ปลาแซลมอน, ไข่, อัลมอนด์, อโวคาโด, น้ำมันมะกอก เป็นต้น
 
 
การออกกำลังกายบริหารหน้า
การออกกำลังกายไม่เพียงแค่ลดไขมันส่วนเกินบริเวณลำตัวหรือช่วงล่าง แต่ยังมีการออกกำลังกายที่เน้นลดไขมันส่วนเกินของบนใบหน้าด้วยเช่นกัน และหากต้องการลดเหนียงใต้คาง ก็สามารถทำได้ด้วยการ ทำท่าบริหารยืดกราม,ท่ายืดคอ, ท่าพองแก้ม เป็นต้น
 
ใช้อุปกรณ์นวดลดเหนียง
เครื่องนวดแบบอัตโนมัติ หรือจะเป็นเครื่องนวดแบบหินกลิ้งไปตามกรอบหน้าและใต้คาง ล้วนแล้วไปช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดให้ทำงานดีขึ้น ทำให้กระตุ้นระบบเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้นด้วยนั่นเอง 
 
เคี้ยวหมากฝรั่ง
การเคี้ยวหมากฝรั่ง เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยลดเหนียงใต้คาง โดยการเคี้ยวบ้างพักบ้างประมาณ 10 นาที จะได้ประมาณ 20-30 ครั้ง ก็จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อ ลดความย้วยบริเวณใต้คางได้ แต่ต้องใช้ระยะเวลานานถึงจะเห็นผล
 
 
 
 
วิธีกำจัดเหนียงใต้คาง ด้วยวิธีทางการแพทย์แบบไม่พึ่งมีดหมอ มีอะไรบ้าง
 
หากเป็นผู้ที่มีเหนียงใต้คางเยอะ หรือเป็นคนที่มีคาง 2 ชั้น อันเกิดจากพันธุกรรม, การควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย อาจได้ผลไม่ชัด ดังนั้นอาจต้องใช้วิธีทางการแพทย์เข้ามาช่วย ซึ่งมีหลายวิธีดังนี้
 
ดูดไขมันใต้คาง (Liposculpture)
 
เป็นการดูดเอาไขมันส่วนเกินใต้คางออก ด้วยอุปกรณ์พิเศษ ทั้งนี้การดูดไขมันเป็นการสลายไขมันส่วนเกินใต้คางเท่านั้น ไม่ได้กำจัดผิวหนังส่วนเกินที่หย่อนคล้อยได้ และผลข้างเคียงหลังทำคือมีอาการเจ็บปวดบริเวณแผลดูดไขมัน อาการบวม ฟกช้ำ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้น และมีค่าบริการที่สูง ประมาณ 35,000 บาท เป็นต้นไป
 
ร้อยไหมยกกระชับหน้า
 
ร้อยไหมลดเหนียง ใช้ได้ดีในผู้ที่มีไขมันสะสมไม่เยอะ เพราะสาเหตุของเหนียงเกิดจากไขมัน ดังนั้นถ้าจะใช้วิธีร้อยไหม ในผู้ที่มีเหนียงเยอะ แนะนำให้ฉีดสลายไขมันก่อน และจะเห็นผลชัดเจนต้องใช้เวลา 1 เดือน มีราคาค่าบริการประมาณ 5,000 บาทเป็นต้นไป
 
CoolSculpting สลายไขมันหน้า
 
CoolSculpting เป็นวิธีสลายไขมันเหนียง ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์โดยใช้ความเย็น ด้วยอุณหภูมิความเย็น -11°C ผ่านระบบควบคุมที่ปลอดภัยต่อเซลล์ผิว เข้าไปสลายไขมัน และกำจัดไขมันออกไปจากใต้คางในที่สุด เป็นวิธีที่เหมาะกับคนที่มีน้ำหนักเยอะ หรือคนวัย 30 ปีขึ้นไป ที่ประสิทธิภาพการเผาผลาญไขมันลดลง ให้ผลชัดเจนหลังทำใน 3-4 สัปดาห์ มีค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 9,900 บาท เป็นต้นไป
 
ฉีดเมโสแฟตลดเหนียง
 
ใช้เข็มฉีดนำตัวยาที่มีฤทธิ์สลายไขมันเข้าไปบริเวณใต้คาง โดยกระตุ้นกระบวนการ anabolism เปลี่ยนไขมันเป็นพลังงาน ทำให้ไขมันเหลือน้อยลง เหนียงหายไป ใบหน้าเรียวเล็กลง ฉีดเมโสแฟตลดเหนียง เห็นผลได้ชัดเจนประมาณ 7- 14 วันหลังฉีด มีราคาค่าบริการอยู่ที่เข็มละประมาณ 1,500 บาทเป็นต้นไป
 
ฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า
 
เป็นวิธีกระชับผิวใต้คางที่หย่อนคล้อย ด้วยการฉีดนำสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปบริเวณกรอบหน้าจนถึงบริเวณคาง ด้วยคุณสมบัติฟิลเลอร์ สามารถปั้นทรงเพื่อให้กรอบหน้าชัดขึ้น มีรูปหน้าวีเชฟ บดบังเหนียงอันเป็นส่วนเกินได้ดี มีราคาค่าบริการอยู่ที่ 10,000 บาทเป็นต้นไป
 
ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า
 
การฉีดโบท็อก คือการฉีดนำสารการฉีดสารโบทูลินั่มท็อกซิน (Botox toxin) ที่มีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตชั่วคราว ผิวหน้ากระชับขึ้น หากต้องการลดเหนียงใต้คาง จะใช้เทคนิคการฉีดแบบ Nefertiti lift ที่จะฉีดบริเวณลำคอ ทำให้กล้ามเนื้อใต้คางหดเล็กลง เห็นผลได้ชัดเจนหลังฉีด 1 สัปดาห์ มีราคาค่าบริการประมาณ 5,500 บาท เป็นต้นไป
 
Ulthera ยกกระชับ
 
เทคโนโลยียกกระชับผิว (Ulthera) ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงยิงลงไปใต้ชั้นผิว เพื่อให้เกิดความร้อน 60-70 องศา เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนชั้น smas ทำให้ผิวตึงกระชับ ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีไขมันเหนียงไม่มาก แต่มีผิวหย่อนคล้อย มีค่าบริการประมาณ 20,000 บาทเป็นต้นไป
 
 
Hifu ยกกระชับ
 
เป็นการยกกระชับผิวด้วยเครื่องมือแพทย์ ที่มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า High Intensity Focus Ultrasound ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นพุ่งลงสู่ชั้นผิวหนัง SMAS บริเวณใต้คอ ไปลดไขมันและเย็บเนื้อเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ ทำให้ผิวกระชับ กรอบหน้าเล็กลง
 
Thermage ยกกระชับกรอบหน้า
 
เป็นวิธียกกระชับผิวใต้คอด้วยการใช้คลื่นวิทยุ (Radiofrequency: RF) ลงไปยังผิวชั้นลึก กลายเป็นพลังงานความร้อนแบบ Column เพื่อกระตุ้นให้ชั้นผิวเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ พร้อมๆ กับทำให้ไขมันส่วนเกินที่เกาะแน่นกลายเป็นของเหลว เห็นผลชัดสุดหลังทำ 3-6 เดือน มีค่าบริการอยู่ที่ 30,000 บาทเป็นต้นไป
 
 
ลดเหนียง ไม่ได้ผล เกิดจากอะไร ?
 
เกิดจากพันธุกรรม และการไม่ควบคุมอาหารในการกินต่อมื้อ หรือเลือกกินแต่อาหารที่มีแป้งเป็นส่วนประกอบหลัก ไปจนถึงเลือกวิธีการลดเหนียงไม่ถูกวิธี ไม่ตอบโจทย์กับปัญหาเหนียงที่ตัวเองเป็นอยู่นั่นเอง
 
ปรับท่านอน ลดเหนียงได้จริงหรือไม่?
 
ช่วยได้ เนื่องจากเหนียง หรือ คางสองชั้น (Double Chin) นอกจากเกิดได้จากพันธุกรรมและการไม่ควบคุมอาหารแล้ว ยังเกิดได้จากการมีพฤติกรรมชอบนั่งก้มหน้าเยอะเกินไป ติดนิสัยยื่นคอไปข้างหน้า จนผิวเกิดรอยพับหย่อนคล้อยกลายเป็นชั้นเหนียง ซึ่งการปรับท่านอนให้อยู่ในลักษณะนอนหงายราบกับพื้น และนำหมอนเล็กๆ มาหนุนบริเวณหลังเอว วันละประมาณ 10 นาที ก็จะช่วยลดเหนียง 2 ชั้นได้
 
 
สิ่งที่ต้องระวัง และข้อควรปฏิบัติก่อนลดเหนียง
 
ก่อนจะเลือกวิธีลดเหนียงใต้คาง ไม่ว่าจะวิธีไหน จะต้องเตรียมความพร้อมของตัวเองดังนี้
 

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที