BKKwriter

ผู้เขียน : BKKwriter

อัพเดท: 19 ธ.ค. 2022 13.48 น. บทความนี้มีผู้ชม: 806 ครั้ง

เพิ่มยอดขายด้วยการสร้างประสบการณ์ให้ผู้ใช้งาน


เคล็ด(ไม่)ลับเพิ่มประสบการณ์การจับจ่ายของลูกค้า บนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

 

ในยุคที่ธุรกิจร้านค้าออนไลน์ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ตลาดมีการแข่งขันสูง ทำให้การปรับตัวของธุรกิจต่างๆต้องรวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง จากอดีตคือปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่ปัจจุบันคือปลาเร็วกินปลาช้า เมื่อกลยุทธ์สงครามการตัดราคาไม่ใช่คำตอบแต่จะยิ่งสร้างความล้มเหลวให้ตลาด หรือเป้าหมายการส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพตอบโจทย์การใช้งานเพียงอย่างเดียวอาจไม่ช่วยให้ธุรกิจโดดเด่นเหนือคู่แข่ง การสร้างความแตกต่างที่มีเอกลักษณ์ มอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจจะช่วยเพิ่มความซื่อสัตย์ต่อแบรนด์และสร้างฐานการใช้งานให้มากขึ้น บทความนี้จะแนะนำเทคนิคการเพิ่มประสบการณ์ใช้งานให้ลูกค้าบนเว็บไซต์ E-commerce platform ของคุณ

 

การโหลดเพจต้องเร็ว
เมื่อผู้เยี่ยมชมที่มีโอกาสเป็นลูกค้าเราต้องเสียเวลาไปกับการรอคอยการแสดงผลของเว็บไซต์เป็นเวลานาน นั่นหมายถึงมีโอกาสสูงที่ผู้ใช้งานจะล้มเลิกความสนใจเข้าชมเว็บไซต์และการใช้จ่ายในสินค้าและบริการของเรา นอกจากนี้การกดออกจากเว็บไซต์ยังทำให้เกิดค่า Bounce Rate สูงส่งผลโดยตรงต่อการทำ SEO ซึ่งระยะเวลาในการโหลดเว็บไซต์ที่ดีที่สุดไม่ควรเกิน 3 วินาที โดยสามารถตรวจสอบความเร็วเพจได้จาก Google Page Speed Insight หากเว็บไซต์ของคุณโหลดนานเกินไป อาจกลับไปพิจารณาการปรับแต่งเว็บไซต์ที่เหมาะสม เช่น การใส่ไฟล์ภาพไม่ใหญ่เกินไป ปรับปรุงระบบหลังบ้านให้มีประสิทธิภาพ


ใช้ Responsive Website

Responsive Website คือเว็บไซต์ที่มีความยืดหยุ่นสามารถปรับการวางโครงสร้าง layout และ content ได้สอดคล้องตามหน้าจอของอุปกรณ์การใช้งาน เพราะปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักใช้โทรศัพท์มือและแท็บเล็ตมากกว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์ การทำให้เว็บไซต์สามารถรองรับการใช้งานของผู้คนได้ทุกรูปแบบจะช่วยเติมเต็มประสบการณ์ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น สามารถรับสารที่ธุรกิจต้องการนำเสนอได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

ไอคอนชัดเจน
การใช้ไอคอนเพื่อช่วยนำทางการใช้งานบนเว็บไซต์ควรเลือกแบบที่สื่อสารได้ชัดเจน เข้าใจง่าย มีความเป็นสากลสามารถเข้าใจได้ทั่วโลก รองรับการขยายตัวของธุรกิจสู่ตลาดต่างชาติในอนาคตได้ นอกจากนี้ไอคอนที่ดีจะช่วยพาผู้ใช้งานไปสู่จุดหมายปลายทางที่ต้องการโดยไม่ต้องเสียเวลาขอความช่วยเหลือจากทีมงานผู้สนับสนุน ปิดการขายได้ง่ายขึ้น

การจัดวาง Content ต้องดี
หลายธุรกิจมีความเข้าใจผิดๆว่าการใส่เนื้อหาเข้าไปบนเว็บไซต์จำนวนมาก วางแผ่กระจาย จะทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าได้เยอะขึ้น หลากหลาย ทำให้โอกาสในการขายเยอะขึ้น แต่ความจริงแล้วเนื้อหาที่มากเกินพอดี ไม่เพียงแต่จะทำให้ความเร็วการโหลดเว็บไซต์ช้าลง ยังทำให้การจดจ่อกับเนื้อหาได้น้อยลง เกิดความสับสนได้ง่าย ทางที่ดีควรใช้การจัดกลุ่มประเภทเนื้อหาเดียวกันไว้ด้วยกัน ออกแบบขนาดของหัวข้อเนื้อหาที่เน้นความสำคัญต่างกัน ลดเนื้อหาที่ไม่จำเป็นออก และเพิ่มพื้นที่พักสายตา


สื่อความคมชัดสูงพร้อมคำอธิบายเข้าใจง่าย
ภาพประกอบและวิดีโอของสินค้าที่มีความคมชัดจะให้ความรู้สึกถึงความเป็นมืออาชีพ น่าเชื่อถือ ดึงดูดความสนใจในการซื้อ ยิ่งมีคำบรรยายสินค้าที่กระชับ ใช้ภาษาเข้าใจง่าย ให้ข้อมูลที่ครบถ้วน เช่น ธุรกิจเสื้อผ้าที่มีการระบุไซส์ชัดเจน มีภาพเนื้อผ้าแบบขยายรายละเอียดใกล้ๆ การถ่ายภาพให้มีสีตรงกับสินค้าจริง หรือภาพประกอบของนางแบบที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกลุ่มตลาดเป้าหมายช่วยให้ผู้ใช้งานเห็นภาพของผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับประกอบการตัดสินใจ

 

ขั้นตอนการจ่ายเงินไม่ยุ่งยาก

บ่อยครั้งที่หลายธุรกิจสามารถดึงผู้เยี่ยมชมให้สนใจกดสินค้าใส่ตะกร้าได้ แต่สุดท้ายกลับไปไม่ถึงฝั่งฝันจบอยู่ที่ขั้นตอนสุดท้ายเพราะระบบการจ่ายเงินที่ซับซ้อนและร้องขอข้อมูลที่มากเกินความจำเป็น ยังรวมไปถึงไม่มีทางเลือกการจ่ายเงินที่ตอบโจทย์รองรับช่องทางที่ผู้ใช้งานมีก็จะทำให้พลาดโอกาสทำรายได้ไปอย่างน่าเสียดาย

 

สรุป

การสร้างประสบการณ์ของผู้ใช้งานบนเว็บไซต์ คือการที่ผู้ประกอบการใส่ใจรายละเอียดในทุกๆย่างก้าวของการเดินทางของลูกค้า (Customer Journey) ระบบที่เป็นมิตร ง่ายต่อการใช้งาน ไม่เป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจซื้อ การมีองค์ประกอบสินค้าอย่างรูปภาพและคำบรรยายที่มีคุณภาพจะยิ่งผลักดันให้สินค้าถูกนำเสนออย่างเหมาะสม


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที