strategist

ผู้เขียน : strategist

อัพเดท: 21 มี.ค. 2022 12.57 น. บทความนี้มีผู้ชม: 198 ครั้ง

9 สูตรลับคัดเลือก Digital Marketing Agency ยังไงให้ปัง ที่ผู้บริหารต้องรู้


9 สูตรลับคัดเลือก Digital Marketing Agency ยังไงให้ปัง ที่ผู้บริหารต้องรู้

 

 

 

 

บางครั้งงาน In-house Marketing ก็ดูเป็นเรื่องยากที่จะต้องจัดการสื่อการตลาดทั้งหมดมาไว้ในแผนกเดียว ทำให้งานที่ต้องรับผิดชอบเกิดการ Overload การเตรียมโฆษณาบางครั้งก็ล่าช้า ยิ่งสมัยนี้ที่การพัฒนาขีดความสามารถในด้านการโฆษณาและการโปรโมทพัฒนาต่อยอดทางด้านดิจิทัลอย่างไม่หยุดยั้งแล้ว คงเป็นเรื่องยากที่แผนก In-house Marketing จะรองรับทุกเรื่องได้ในที่เดียว

 

ฉะนั้นความหวังสุดท้ายที่แบรนด์สามารถมองหาได้ดีที่สุดคือการมองหา Digital Marketing Agency ที่ดีที่สุด สามารถเข้าใจความต้องการของแบรนด์ได้อย่างถ่องแท้และนำเสนอสื่อด้าน Digital Marketing ออกมาได้อย่างเต็มที่

 

และนี่ก็คือบทความที่จะพาคุณไปทำความเข้าใจ 10 สูตรลับคัดเลือก Digital Marketing Agency ยังไงให้ตรงใจคุณ ที่ไม่มีใครเคยบอก

 

วิธีคัดเลือก Digital Marketing Agency ให้ถูกใจ

 

  1. กำหนดงบประมาณของคุณให้เรียบร้อย

ก่อนจะเริ่มมองหา Digital Marketing Agency ที่ใช่ คุณต้องกำหนดเป้าหมายของแบรนด์ให้แน่ชัดเสียก่อน รู้ว่าแบรนด์กำลังไปในทิศทางไหน ต้องการโฆษณาด้วยงบเท่าไหร่ ผ่านสื่ออะไรบ้าง เพื่อที่คุณจะสามารถบรีฟงานกับเอเจนซี่ได้อย่างชัดเจนและตรงประเด็น ยิ่งคุณอธิบายสิ่งที่ต้องการและเป้าหมายของแบรนด์ได้ดีแค่ไหน คุณค่าที่ได้จากการพูดคุยกับเอเจนซี่ก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย จนคุณสามารถบรรลุผล ROI ได้เร็วเลยก็ว่าได้

 

นอกจากกำหนดทิศทางละเป้าหมายแล้ว การมีจำนวนงบประมาณไว้ในใจก็เป็นสิ่งเตือนใจคุณได้ดี เมื่อคุณกำหนดงบประมาณมาให้แล้ว เอเจนซี่ที่เก่งจะสามารถถัวเฉลี่ยงบของคุณให้ไปอยู่ตามช่องทางที่วางไว้ได้สมเหตุสมผลมากที่สุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

  1. ค้นหาเอเจนซี่ที่มีแพ็กเกจที่ใช่และเหมาะสม

Digital Marketing Agency แต่ละเจ้าจะมีความถนัด เชี่ยวชาญไม่เหมือนกัน เมื่อคุณรู้แล้วว่าอยากกำหนดให้ทำโฆษณาออกมาช่องทางไหน ให้ทำการค้นหาเอเจนซี่ที่มีความเชี่ยวชาญในแพลตฟอร์มนั้น ๆ โดยเฉพาะ หรือในทางที่ดีที่สุดก็อาจมองหาเอเจนซี่ที่ให้บริการแบบครบวงจรหรือ Jack-of-all

 

ยิ่งไปกว่านั้นในแพ็กเกจที่คุณได้มา ก็สามารถประเมินคร่าว ๆ ถึงผลลัพธ์ที่คุณจะได้จากแพ็กเกจที่ผสมผสานกับช่องทางการโฆษณาอื่น ๆ ซึ่งรวมไปถึง

 

 

  1. Digital Marketing Agency ที่ดีต้องมีพอร์ตผลงานให้เห็นได้ชัดเจน มีรายชื่อลูกค้าเก่า

Digital Marketing Agency ที่มากประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในด้านการโฆษณาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ย่อมต้องมีฐานลูกค้าและพอร์ตมากมายให้ลูกค้าใหม่ได้เชยชมเป็นธรรมดา เอเจนซี่อาจไม่ได้เอารายชื่อลูกค้าเก่าที่เคยทำงานร่วมมาให้ดูในครั้งแรก ซึ่งคุณสามารถขอเขาดูได้หากอยากทำความรู้จักกันมากขึ้น แต่ว่าถ้าเอเจนซี่ไม่มีผลงานหรือรายชื่อลูกค้าที่เคยทำงานร่วมกันมาให้คุณดูด้วยก็อาจอนุมานได้ว่าเป็นเอเจนซี่ที่เพิ่งก่อตั้งใหม่และยังไม่เคยทำงานร่วมกับใครมาก่อนเลยก็ได้ โดยปกติแล้วเอเจนซี่ที่เพิ่งก่อตั้งใหม่จะตั้งงบประมาณการตลาดเอาไว้ไม่สูงมากเพื่อสร้างฐานลูกค้าก่อน ซึ่งถ้าคุณมีงบประมาณจำกัดและไม่อยากเสียเวลาหาเอเจนซี่เจ้าอื่นก็ลองเลือกใช้บริการพวกเขาได้ แต่ถ้าอยากได้ผลลัพธ์การตลาดที่ดีที่สุด เราก็ขอไม่แนะนำ

 

  1. มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทีมการตลาดเป็นที่ประจักษ์

ขึ้นชื่อว่าเป็น Digital Marketing Agency แล้ว ทักษะหนึ่งที่ควรมาควบคู่ไปด้วยคือความสามารถในการวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว เฉียบคม ตามทันเทรนด์โลก สามารถคิดค้นกลอุบายการตลาดที่แยบคายได้ในแบบที่ In-house Marketing ยังคิดไม่ถึง ยกตัวอย่าง แบรนด์ของคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการตลาดระยะยาว วิธีการที่ง่ายที่สุด เข้าไปที่เว็บไซต์เอเจนซี่เลือกดูพนักงานที่มีความสามารถตรงกันกับที่คุณต้องการ ถ้าหาไม่เจอ ให้เข้าไปที่ LinkedIn ค้นหาชื่อเอเจนซี่นั้น และกด “People” เพื่อค้นหารายชื่อพนักงานที่มีความสามารถตรงกัน หากหาเจอก็เก็บเอเจนซี่เจ้านั้นเอาไว้ในรายชื่อได้เลย

 

อย่างไรก็ตามทีมเอเจนซี่เองก็ไม่สามารถรับรู้และก้าวทันข้อมูลข่าวสารได้ในทุกด้าน ฉะนั้นอย่าคาดหวังในตัวบุคคลคนหนึ่งหรือทั้งทีม ให้คาดหวังเฉพาะค่า KPI และ ROI ที่แบรนด์ของคุณจะได้รับหากเลือกเอเจนซี่เจ้านี้ไปร่วมงานด้วยจะดีที่สุด

 

  1. มี Social Proof และชื่อเสียงในแวดวงอุตสาหกรรมเดัยวกัน

Social Proof คล้ายกับใบรับรองที่ได้จาก Google Ads หรือคำรีวิวจากลูกค้าเก่า คือสิ่งที่ Digital Marketing Agency ควรมี เพราะสิ่งเหล่านี้คือหลักฐานชั้นดีที่จะรับรองได้ว่าเอเจนซี่เจ้านี้มีความรู้ความสามารถจริงและยังประเมินแนวทางการทำงานของเอเจนซี่ว่าไปในทิศทางเดียวกับแบรนด์ไหม 

 

ยิ่งไปกว่านั้นความเห็นจากลูกค้าเก่าทั้งที่เป็นเชิงบวก เป็นกลาง และเชิงลบก็ยังมีความสำคัญต่อการพิจารณา คุณจะเข้าได้ว่าเอเจนซี่เจ้านั้นมีความเข้าใจมากน้อยแค่ไหนต่อธุรกิจ ๆ หนึ่งจากคำรีวิวจากลูกค้าเก่า

 

และสุดท้ายถ้าหากคุณหาอะไรในหน้าเว็บไซต์ของพวกเขาไม่เจอเลย Google Search ช่วยคุณได้ เพียงพิมพ์ชื่อเอเจนซี่ลงไปตามด้วย “รีวิว” ก็จะช่วยให้คุณเรียนรู้เกี่ยวกับพวกเขาได้ง่ายขึ้น

 

  1. มี Core Value และวัฒนธรรมองค์กรที่ใกล้เคียงกัน

ก็เหมือนกับการเลือกคบเพื่อนหรือคบแฟน เราต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองเพราะเขาจะอยู่กับเราไปอีกนานตราบเท่าที่ในสัญญาได้กำหนดไว้ ฉะนั้นการเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรของ Digital Marketing Agency จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากภายในทีมเอเจนซี่มีความเห็นในทิศทางการตลาดที่ไม่เหมือนกันหรือไม่ตรงกับที่แบรนด์คุณกำลังมองหาก็อาจเกิดความตึงเครียดภายในทีมขึ้นมา ทำให้งานที่ได้ไม่สมบูรณ์หรือไม่ดีพอ พยายามพูดคุยทำความรู้จักพวกเขาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น จับความหมายในสิ่งที่พวกเขาสื่อออกมาและนำมาประเมินความพึงพอใจต่อแบรนด์ของคุณอีกที

 

ซึ่งการทำความเข้าใจในเป้าหมายและ Core Value ของลูกค้าคือหนึ่งในสิ่งที่ Cotactic มี เราใส่ใจในหน้าที่ ทิศทางบริษัทและความสำคัญของพนักงานภายในองค์กรอย่างเท่าเทียมกัน เราเป็นที่ปรึกษาให้กับแบรนด์มากว่า 5 ปีหลายสิบองค์กร เราดูแลแบรนด์ของคุณและทีมเหมือนเป็นเพื่อนคู่คิด คอยให้คำแนะนำและคำปรึกษาอย่างใกล้ชิด และถ้าหากคุณยังไม่มั่นใจในงานด้านการตลาดของเรา เรายินดีที่จะจัดส่งแบบแผนวิเคราะห์การตลาดแบบคร่าว ๆ ให้คุณได้พิจารณาฟรี ๆ ไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ

 

  1. เว็บไซต์ดีไซน์น่าดึงดูด ใช้งานง่าย มีสไตล์

สิ่งที่ Digital Marketing Agency หลายเจ้ามองข้ามไปคือการออกแบบเว็บไซต์ให้มีความน่าสนใจ น่าดึงดูด และเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน นักการตลาดออนไลน์ที่เก่งฉกาจจะต้องเข้าใจความสำคัญของการออกแบบเว็บไซต์ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกดีที่ได้เข้ามา แต่ยังจะช่วยให้ Google จัดอันดับผลการค้นหาให้อยู่ในอันดับที่สูงขึ้นได้ด้วย วิธีที่ตรวจสอบเว็บไซต์ง่ายที่สุด ลองเข้าไปในหน้าเว็บของพวกเขา ลองเล่นฟีเจอร์ต่าง ๆ โดยใช้สัญชาตญาณพิจารณาเว็บไซต์ ปุ่มอะไรควรอยู่ตรงไหน ถ้าผู้ใช้งานกำลังคิดอะไรในหน้านี้อยู่ ควรมีปุ่มหรือแบนเนอร์อะไรที่เด้งขึ้นมาให้มองเห็นได้ง่ายยิ่งขึ้น ช่องทางการติดต่ออยู่ในจุดที่มองเห็นได้ง่ายหรือเปล่า? สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวชี้นำได้ว่าหากให้เอเจนซี่เข้ามาช่วยออกแบบเว็บไซต์ของคุณแล้วจะสามารถรังสรรค์ผลงานออกได้สวยงามแค่ไหน

 

  1. ไม่มองหาเอเจนซี่ที่ไม่ได้เข้าใจในเรื่องนั้น ๆ อย่างถ่องแท้ และให้คำสัญญาที่เป็นไปไม่ได้

หากสังเกตดี ๆ บนเว็บไซต์ของ Digital Marketing Agency จะมีประโยคหรือวลีแสดงความเชื่อมั่นต่อลูกค้าว่าจะทำงานของพวกเขาให้สำเร็จให้จนได้ นี่คือเครื่องบ่งชี้ชั้นดีว่าเอเจนซี่มีความเข้าใจในด้านการตลาดมากน้อยแค่ไหน และคำมั่นสัญญานี้สามารถประเมิน วัดผลได้จริงแค่ไหน ยกตัวอย่างเช่น หากมีเอเจนซี่ที่ให้คำสัญญากับคุณว่าสามารถสร้าง SEO Content ให้ติดอันดับหน้าแรกได้ทันทีในเวลาไม่กี่วัน นั่นหมายความว่าพวกเขาไม่มีความรู้ด้าน SEO อย่างถูกต้องเลย เพราะ SEO ต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปีกว่าจะติดอันดับ Google Search ได้

 

พยายามให้ความสนใจกับสิ่งที่เอเจนซี่นำเสนอและคำมั่นสัญญาที่พวกเขาให้ จำเอาไว้ว่าคำสัญญาที่เกินจริงและเป็นไปไม่ได้คือสัญญาณเตือนขนาดใหญ่ที่จะทำให้คุณหลีกหนีไปได้

 

  1. เป็นเอเจนซี่ต้องติดต่อง่าย

งานบริการอย่าง Digital Marketing Agency คืองานที่ต้องคอยดูแลลูกค้าและแสตนบายช่วยเหลือลูกค้าทุกครั้งที่ร้องขอ เอเจนซี่ที่ดีจะต้องติดต่อหาได้ง่าย โทรหาได้ในไม่กี่นาที และช่องทางการติดต่อในเว็บไซต์จะต้องไม่หายากไปเหมือนเดินอยู่ในเขาวงกต

 

ในหน้าเว็บไซต์ ช่องทางการติดต่อจะต้องมีจุด CTA ที่ชัดเจน มองเห็นง่าย และเป็น One-click Away เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียเวลากดเบอร์โทรศัพท์หรือพิมพ์ชื่ออีเมล เพียงแค่คลิกก็พาเข้าไปแอปฯ ติดต่อได้ในทันที

 

ขอขอบคุณที่มาข้อมูล

https://neilpatel.com/blog/digital-marketing-agency/ 

https://marketinginsidergroup.com/marketing-strategy/best-digital-marketing-agency/


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที