Muthita

ผู้เขียน : Muthita

อัพเดท: 16 ก.ย. 2021 23.27 น. บทความนี้มีผู้ชม: 105 ครั้ง

มาทำความเข้าใจกับแผนออมเงินพร้อมลดหย่อนภาษีด้วย กองทุน SSF และ RMF ทางเลือกที่ใช่สำหรับมนุษย์เงินเดือน


มาทำความเข้าใจกับแผนออมเงินพร้อมลดหย่อนภาษีด้วย กองทุน SSF และ RMF ทางเลือกที่ใช่สำหรับมนุษย์เงินเดือน

เพราะมนุษย์เงินเดือนมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ซึ่งหลายคนต้องชำระภาษีเพิ่มเป็นเงินจำนวนไม่น้อย การลดหย่อนภาษีจึงเป็นอีกสิ่งที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนต้องศึกษา ในปัจจุบันกรมสรรพากรได้เปิดให้นำค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มายื่นสำหรับลดหย่อนภาษี อย่างเช่น ดอกเบี้ยจากการผ่อนบ้าน ค่าเลี้ยงดูบุตร ค่าเลี้ยงดูบิดามารดา การทำประกันชีวิต รวมถึงการลงทุนในระยะยาวผ่านกองทุนที่เรียกว่า rmf และ SSF 

รู้จัก 2 กองทุนที่เป็นตัวช่วยลดหย่อนภาษีให้กับมนุษย์เงินเดือน 

กองทุน SSF (Super Saving Fund) เป็นกองทุนที่เพิ่งเข้ามาเป็นทางเลือกให้กับมนุษย์เงินเดือนเมื่อช่วงปี 2563 แทนกองทุน LTF หรือกองทุนรวมหุ้นระยะยาวที่หมดอายุไปในปี 2562 กองทุน SSF นี้สามารถเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นหุ้นในประเทศ หุ้นต่างประเทศ อสังหาริมทรัพย์ ตราสารหนี้และทองคำ โดยเราสามารถเลือกกองทุน SSF ที่เหมาะกับเราได้โดยไม่มีข้อกำหนดวงเงินขั้นต่ำในการลงทุนแต่ละครั้งและไม่จำเป็นต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี โดยสามารถซื้อหน่วยลงทุนเพื่อการลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมินที่จะต้องเสียภาษี ไม่เกิน 200,000 บาท แต่มีข้อกำหนดว่าจะต้องถือกองทุนที่ซื้อและใช้สิทธิลดหย่อนภาษีนี้ไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี

กองทุน rmf หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund) เป็นกองทุนที่มุ่งส่งเสริมการออมในระยะยาวเพื่อความมั่นคงหลังเกษียณการทำงาน โดยสามารถเลือกลงทุนได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการลงทุนหุ้นในประเทศ หุ้นต่างประเทศ อสังหาริมทรัพย์ ตราสารหนี้และทองคำ ทั้งยังสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมินที่จะต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท และเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีประเภทอื่น ๆ (เช่น SSF) ด้วยแล้วจะต้องไม่เกิน 500,000 บาท สำหรับกองทุนประเภทนี้จะต้องถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี นับจากการซื้อครั้งแรกและจะขายกองทุนได้เมื่ออายุของผู้ถือหน่วยลงทุนครบ 55 ปี โดยมีข้อกำหนดให้ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปีหรือซื้อแบบปีเว้นปีก็ได้ 

การลงทุนแบบ dca ช่วยเฉลี่ยต้นทุนและลดภาษีได้อย่างลงตัว 

การลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีเป็นประจำนั้นจะช่วยเฉลี่ยต้นทุนให้ต่ำลงได้ในระยะยาว เหมาะกับผู้ลงทุนที่ไม่มีเวลาหรือไม่ต้องการติดตามความเคลื่อนไหวของมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) เป็นประจำก็สามารถเลือกวิธี การลงทุนแบบ dca (Dollar Cost Average) ได้ โดยสามารถแจ้งกับทางผู้จัดการกองทุนขอลงทุนในจำนวนเท่า ๆ กันเป็นประจำทุก ๆ เดือนโดยไม่ต้องสนใจ NAV ในช่วงนั้น ๆ หรือจะใช้วิธีการให้ธนาคาร bank of thailand หักเงินจากบัญชีเป็นประจำทุกเดือนเพื่อนำไปลงทุนในกองทุนที่เลือกก็ได้ ซึ่งวิธีการแบบนี้เองจะทำให้ต้นทุนเฉลี่ยในระยะยาวต่ำในทุกสภาวะตลาด

การเลือกกองทุนรวมลดหย่อนภาษีที่ใช่ด้วยวิธีการลงทุนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอจะช่วยให้มนุษย์เงินเดือนลดภาระภาษีเงินได้ประจำปีพร้อมกับสร้างความมั่นคงทางการเงินเพื่อเตรียมรับการเกษียณได้อย่างลงตัว ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.scb.co.th/th/personal-banking/investment/fund/mutual-funds/ssf.html

 

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที