lifeisgood

ผู้เขียน : lifeisgood

อัพเดท: 27 ก.ค. 2022 15.35 น. บทความนี้มีผู้ชม: 4203 ครั้ง

หากจะพูดถึงปัญหาผิว เราคงจะต้องใช้เวลาทั้งวันในการอธิบายปัญหาต่างๆนั้น เพราะแทบจะทุกปัญหาที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อความมั่นใจของเราแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวหมองคล้ำ ปัญหาฝ้ากระ ปัญหาสิว และปัญหาริ้วรอยและแผลเป็น ยิ่งไปกว่านั้นความมั่นใจของเหล่าสาวๆคงจะหนีไม่พ้น ปัญหาขนรักแร้ ที่เวลาการใส่เสื้อผ้าแขนกุด หรือเสื้อผ้าที่จะต้องเผยผิวช่วงไหล่ช่วงแขน หรือแม้กระทั้งชุดว่ายน้ำ


เลือกกลิ่นน้ำหอมที่ใช่และตรงสไตล์กับความเป็นตัวตนของเรา

 
เมื่อกลิ่นหอมคือสิ่งที่ช่วยให้เราผ่อนคลาย จึงไม่แปลกใจว่า ทำไมคนหลายคนเลือกใช้เทียนหอมเพื่อจุดไว้ในบ้านหรือห้องนอนเพื่อช่วยให้หลับได้อย่างสบาย ซึ่งกลิ่นต่างๆนั้นสามารถช่วยให้เรารู้สึกโล่ง อีกทั้งยังมีหลายกลิ่นที่ช่วยในเรื่องของสุขภาพ เช่น หากเราเป็นหวัดคัดจมูก การเลือกใช้กลิ่นการบูร หรือกลิ่นที่มาจากสมุนไพรก็ช่วยให้จมูกและการรับกลิ่นนั้นดีขึ้น 
 
แต่ถ้าเราชอบความหอมที่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวแล้วล่ะก็ เราควรเลือกซื้อน้ำหอมตามแบรนด์ที่เราต้องการ เพราะแต่ละแบรนด์ก็จะมีสไตล์และความหอมที่แตกต่างกัน การเลือกใช้น้ำหอมตามบุคลิก ตามคาแรกเตอร์ ถือว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นตัวตนของเราได้ เช่น ถ้าเราเป็นสายหวาน เราก็เลือกกลิ่นที่มีความละมุน หวานๆอย่างพีช แต่ถ้าเราอยากมีแบรนด์น้ำหอมเป็นของเราเองแล้วล่ะก็ เราควรเลือกโรงงานผลิตน้ำหอมที่ได้มาตรฐานและมีบริการอย่างการรับออกแบบกลิ่นน้ำหอม รับสร้างแบรนด์น้ำหอม รวมไปถึงการรับทำน้ำหอม Oem การเลือกกลิ่นที่เราชอบนั้น ทางเว็บไซต์สนุกด็อทคอมได้แชร์ไว้อย่างน่าสนใจว่า หากต้องเลือกน้ำหอมมากกว่า 2 กลิ่น เราควรฉีดน้ำหอมลงบนข้อมืออีกข้างหนึ่งไล่ขึ้นไปเรื่อยๆ เเล้วลองดมกลิ่นเเต่ละกลิ่นเปรียบเทียบกันดู เเต่หากเราเป็นคนที่ผิวหนังบอบบางแพ้ง่าย ควรฉีดลงบนผ้าเช็ดหน้าเเทน และการจะตัดสินใจเลือกกลิ่นน้ำหอมให้ได้ดีที่สุดควรฉีดทิ้งไว้ซักประมาณ 20 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เพราะน้ำหอมบางตัวกลิ่นเเรกของมันจะค่อนข้างฉุน เเต่ทีเด็ดของมันจริงๆจะมาหลังจาก 20 นาทีผ่านไป ซึ่งการตัดสินใจเลือกหลังจากที่ได้สัมผัสกลิ่นที่เเท้จริงของมัน ย่อมทำให้ได้น้ำหอมตัวที่ถูกใจมากที่สุดเสมอ ต้องเข้าใจระดับความเข้มข้นของน้ำหอม น้ำหอมเเต่ละขวดจะมีระดับความหอมเเตกต่างกันไป ตามความเข้มข้นของหัวน้ำหอม ซึ่งเราสามารถเเบ่งน้ำหอมตามระดับความเข้มข้นได้ดังนี้ 1) Eau de Cologne (EDC) คือน้าหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในสัดส่วนที่ 3-5% กลิ่นทนนาน 6-12 ชม. 2) Eau de Toilette (EDT) คือน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในสัดส่วนที่ 4-8% กลิ่นทนนาน 10-24 ชม. 3) Eau de Parfum (EDP) คือน้ำมันหอมที่มีส่วนผสมของน้ำหอมในสัดส่วนที่ 15-18% กลิ่นหอมนาน 24-48 ชม. ดังนั้น ความฉุนของกลิ่น EDP>EDT>EDC และ ความทนนานของกลิ่น EDP>EDT>EDC จึงควรเลือกน้ำหอมที่มีความเข้มข้นสูงๆอย่าง EDP ไว้ก่อนเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ากลิ่นติดทนนานไม่ต้องฉีดซ้ำบ่อย และมีความคุ้มค่าที่สุด เเต่หากหาซื้อไม่ได้ก็ให้เลือกระดับความเข้มข้นที่รองลงมา ใส่ใจเรื่องเวลาในการซื้อ เพราะน้ำหอมกลิ่นหนึ่งอาจเหมาะกับเวลากลางวัน เเต่อีกกลิ่นหนึ่งอาจเหมาะกับเวลากลางคืน นอกจากนี้น้ำหอมที่มีกลิ่นอ่อนๆ จะเหมาะสำหรับการใช้ในช่วงหน้าร้อน ส่วนหน้าหนาวก็ควรใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นแรงขึ้น นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ควรคำนึงเล็กๆน้อยๆในเรื่องเวลาการซื้อน้ำหอมเช่น ไม่ควรซื้อน้ำหอมในช่วงที่ประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นเพี้ยน เช่น หลังออกกำลังกาย ในตอนเจ็บไข้ได้ป่วย และหลังจากรับประทานของที่มีรสจัด หรือมีกลิ่นหอม เป็นต้น
 
 
 

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที