strategist

ผู้เขียน : strategist

อัพเดท: 30 มี.ค. 2021 18.02 น. บทความนี้มีผู้ชม: 74 ครั้ง

ทำไมยุคนี้ใครๆ ต่างก็ทำ Video Marketing กันนะ


8 ข้อดีที่บ่งบอกให้รู้ว่าทำไมต้องทำ Video Marketing

 

การทำการตลาดด้วยวิดีโอเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากลงทุนไปแล้วได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า เพราะคนนิยมเสพคอนเท้นท์เป็นภาพเคลื่อนไหวมากกว่าบทความยาวๆ จากสถิติที่มีบอกไว้ ว่าคนไม่ปรารถนาจะอ่านเนื้อหาบนโซเชียลมีเดียสักเท่าไหร่ แต่จะพึงพอใจกว่าหากได้รับชมเป็นภาพหรือวิดีโอ ดังนั้นการทำ Video Marketing จึงเป็นหนึ่งทางเลือกที่สำคัญในการโปรโมทธุรกิจ อย่างไรก็ตามการสร้างคอนเท้นท์แบบ Video ย่อมใช้งบประมาณสูงเมื่อเทียบกับคอนเท้นท์บทความ แต่หากคุณรู้ว่าผลตอบแทนจะเป็นยังไงแล้วล่ะก็ อาจจะสนใจลงทุนทำ Video Marketing เลยทีเดียว วันนี้เราจะมาบอกข้อดีของการทำ Video Marketing ให้ได้ทราบกันว่ามีอะไรบ้าง เอาล่ะไปดูกันเลย

 

video marketing

8 ข้อดีของการทำ Video Marketing

 

 

1. เพิ่มอัตราผลลัพธ์ที่คาดหวังและยอดขาย

วิดีโอช่วยธุรกิจสร้างรายได้เพิ่มอย่างจริงจัง การทำวิดีโอที่ใส่สินค้าหรือบริการลงไปในหน้า landing page ของเว็บไซต์ช่วยเพิ่มอัตราผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ถึง 80% เนื่องจากจะนำลูกค้าเป้าหมายมาสู่ขั้นตอนปิดการขายได้เพิ่มขึ้น เพียงลูกค้าได้รับชม ก็สามารถเข้าใจสินค้าจากคำอธิบายในเนื้อหาวิดีโอได้ทันที ช่วยลดขั้นตอนที่ลูกค้าต้องไปศึกษาข้อมูลเองลง  

 

2. แสดงผลลัพธ์ ROI ที่ดี

วิดีโอช่วยให้เกิด ROI ที่คุ้มค่า แม้ว่าการสร้างวิดีโอสักชิ้นจะต้องใช้เวลาและงบประมาณ แถมยังไม่ใช่เรื่องง่าย หลายๆ ธุรกิจจึงเลือกจ้างบริษัท Agency มาจัดการในส่วนนี้ เพราะวิดีโอมีภาพ เสียง ที่ตอบสนองประสาทสัมผัส จึงส่งผลกระทบต่อลูกค้าได้มากกว่า     

 

3. เพิ่มความน่าเชื่อถือ

ความน่าเชื่อถือเป็นพื้นฐานของอัตราผลลัพธ์ที่คาดหวังและยอดขาย หลักการของ Content Marketing คือ การทำให้ลูกค้าเชื่อถือเรา รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันในระยะยาว นอกเหนือจากการสื่อสารในเรื่องสินค้าและบริการให้ลูกค้ารับรู้แล้ว วิดีโอยังต้องกระตุ้นอารมณ์หรือความรู้สึกของผู้รับชมได้ เพราะการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ได้ ย่อมทำให้ลูกค้าเชื่อใจ กล้าที่จะเลือกใช้ ตลอดจนแบรนดืมีความมั่นคง แข็งแรงในระยะยาว

 

4. Google ชื่นชอบ

วิดีโอช่วยให้กลุ่มลูกค้าใช้เวลาอยู่ในหน้าเว็บไซต์ของคุณนานขึ้น ช่วยลดอัตรา Bounce rate ลง ส่งผลต่ออันดับ SEO ให้สูงขึ้นได้ หรือหากลงวิดีโอใน Youtube ด้วย ก็ควรตั้งชื่อคลิปให้น่าสนใจ และใส่คำอธิบายประกอบสินค้าหรือบริการ รวมถึงลิงค์เว็บไซต์เราสำหรับลูกค้าคลิกเข้ามาชม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำ SEO หากใครไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้ สามารถติดต่อให้บริษัท Digital Marketing Aency Thailand ที่มีให้เลือกหลายเจ้ามาดูแลให้แทนได้ เพราะต้องบอกว่าปัจจุบันคอนเท้นท์วิดีโอมีผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์อย่างมาก

 

5. ดึงดูดใจต่อผู้ใช้งานบนมือถือ

สมาร์ทโฟนกลายเป็นสิ่งที่ลูกค้าทุกคนเข้าถึงได้ในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่เราทุกคนต้องพกพาตลอดไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทำให้การทำ Video Content ตอบโจทย์กับการใช้งานบนมือถือ แทนที่จะต้องมานั่งอ่านบทความโดยการเลื่อนขึ้นลงบนจอ ก็มากดดูคลิปวิดีโอแทน หรืออย่างการใส่คำบรรยายไว้ในวิดีโอ สำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการเปิดเสียงขณะรับชม เนื่องจากไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ ย่อมสะดวกและดึงดูดใจกว่า 

 

6. สามารถสื่อสารสิ่งที่ต้องการอธิบายออกไปได้ทั้งหมด

หากธุรกิจผลิตสินค้าหรือบริการใหม่ๆ ขึ้นมา การเลือกใช้วิดีโอมาอธิบายว่าผลิตภัณฑ์ใหม่นั้นคืออะไร ย่อมทำให้ลูกค้าเข้าใจได้ง่าย และมีประสิทธิภาพกว่าวิธีการอื่น เพราะหากดูแล้วไม่เข้าใจก็สามารถกลับมาดูซ้ำเวลาไหนก็ได้ แถมยังสื่อสารสิ่งที่แบรนด์ต้องการนำเสนอให้รับรู้ไปในทางเดียวกันต่อลูกค้าเป้าหมาย รวมทั้งหมดไว้ได้ภายในที่เดียวกัน ซึ่งลูกค้าสามารถเข้าใจได้เลยโดยไม่ต้องไปตามดูโพสต์อื่นๆ 

 

7. สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ขี้เกียจได้

การสื่อสารกับลูกค้าให้เข้าใจง่ายที่สุดเป็นสิ่งจำเป็น ด้วยวิถีชีวิตเร่งรีบของสังคมปัจจุบัน การทำอะไรยาวๆ หรือต้องเสียเวลามาอ่านไม่ใช่สิ่งที่ดี แน่นอนว่าลูกค้าต้องการสิ่งที่พร้อมมาเสนอเค้าตรงหน้าได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาขวนขวายไปหาข้อมูลสินค้าเอง ดังนั้นวิดีโอจึงเป็นสื่อที่เหมาะสมและประหยัดเวลาที่สุด เพราะการตลาดยุคนี้ต้องวิ่งเข้าหาลูกค้าได้ไว 

 

8. ช่วยเพิ่มอัตราการแชร์ต่อในโซเชียลมีเดีย

ในสื่อโซเชียลมีเดีย หากวิดีโอคอนเท้นท์สามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้ ย่อมช่วยให้เกิดการแชร์ต่อๆ กันไปในวงกว้าง แถมยังมีฟีเจอร์ลูกเล่นต่างๆ ส่งเสริมการใช้งานวิดีโอให้น่าสนใจขึ้น เช่นสตอรี่ใน Instagram หรือ Facebook ซึ่งหากธุรกิจนำมาใช้โปรโมทสินค้าหรือบริการของตนได้ถูกใจลูกค้าส่วนใหญ่แล้ว ย่อมมีโอกาสเป็นไวรัลได้จากพลังแห่งการแชร์นี้เอง 

 

การทำ Video Marketing ในปัจจุบันสะดวกขึ้นกว่าแต่ก่อนและแพร่หลาย เนื่องจากเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ก็ต้องทำให้น่าติดตามและกระตุ้นอารมณ์คนดูไม่ให้เกิดความเบื่อหน่าย ซึ่งวิดีโอโฆษณาที่ดีควรมีความยาวไม่เกิน 2-3 นาที นอกจากต้องทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าให้ได้แล้วแล้ว ยังต้องใช้ความรู้ทางศิลป์และทางด้านจิตวิทยาด้วย ปกติแล้วในการเลือกใช้วิดีโอมักจะใช้ควบคู่ไปกับบทความสลับกันบ้าง ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในช่วงเวลานั้นเป็นหลัก ยังไงก็นำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเองกันนะครับ

 

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที