เมตตา

ผู้เขียน : เมตตา

อัพเดท: 25 ม.ค. 2007 07.38 น. บทความนี้มีผู้ชม: 24112 ครั้ง

เมื่อนักวิทยาศาสตร์อยากจะย้อนเวลากลับไปช่วยผู้มีพระคุณ เขาจะทำได้อย่างไร


ดร.วิน มาร์ติน

              ที่โรงพยาบาลของสถาบันวิจัยโลก  ผมรออยู่บริเวณหน้าห้องฉุกเฉินอย่างกระวนกระวายใจ บุรุษพยาบาลเข็นเตียงของดร.วินออกมาจากห้องฉุกเฉินและตรงไปที่ลิฟท์ ผมมองตามเตียงคนไข้ด้วยความห่วงใย  รีบเดินไปดักหน้าหมอเพื่อถามอาการคนไข้

             “หมอครับ  ดร.วินป่วยเป็นอะไรครับ”

             “ถ้าคุณอยากรู้ ไปคุยกับหมอที่ห้องทำงานของหมอดีกว่า “ หมอสุชาติเป็นหมอประจำตัวของดร.วิน และเป็นเพื่อนสนิทของผม  ผมรีบเดินตามไปทันที

            “นั่งก่อน วัฒน์”  เขาดึงภาพสแกนคอมพิวเตอร์สมองออกมา 3 ภาพ

            “นี่ครับ คำตอบ จุดที่เป็นสีแดง เป็นส่วนที่มีความร้อนสูง และกำลังเติบโตเป็นเนื้อร้าย ผมเกรงว่า ดร.จะอยู่ได้อีกไม่เกิน  1 ปี “ หมอสุชาติเอนพิงพนักเก้าอี้อย่างอ่อนเพลีย

            “ ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วย ผมไม่เข้าใจเลยจริง ๆ “ ผมรำพึงกับตัวเอง

            “ปกติดร.วินเป็นคนที่มีสุขภาพดี   ท่านไม่ค่อยมาตรวจร่างกายประจำปี  ปล่อยทิ้งไว้จนอาการปวดหัวรุนแรงมากกว่าจะมาหาหมอก็ตรวจพบก้อนเนื้องอกในสมอง  ผมจะผ่าตัดเพื่อทำการรักษา ท่านก็ปฏิเสธ” หมอสุชาติอธิบายด้วยหน้าตาที่เคร่งเครียด

            “ หมอตรวจพบมะเร็งตั้งแต่เมื่อไร”  ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อรอคำตอบ

            “ เมื่อปลายปีที่แล้ว ตอนแรกหมอเข้าใจว่าเป็นเพียงเนื้องอกธรรมดา แต่จากการสแกนครั้งล่าสุดที่เพิ่งทำวันนี้ เนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้น หมอเข้าใจว่าท่านอาจจะได้รับสารกัมมันตภาพรังสีที่รั่วไหลจากงานวิจัย เพราะท่านบอกผมว่ามีโครงการหนึ่งที่เกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์”

           “ท่านกำลังทำงานชิ้นสำคัญอยู่ แล้วมาเกิดเรื่องแบบนี้ ดร.จะเป็นอย่างไร” ความกังวลใจทำให้ผมเกือบควบคุมตัวเองไม่ได้

           “ ท่านจะมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงบ้างเป็นบางครั้ง  เมื่อเกิดความเครียดหรือใช้ความคิดมากเกินไป เพราะเนื้องอกอยู่ในซีกซ้ายของสมอง ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับความคิด” หมอสุชาติอธิบายเพิ่มเติม

           “ผมต้องรีบไปเยี่ยมท่านแล้ว” ผมลุกขึ้น รีบตรงไปยังห้องพักคนไข้ของดร.วิน เห็นท่านนอนพักอยู่บนเตียง หน้าตาสดใส

          “ดูดีขึ้นแล้วนะครับ”  ผมก้าวเข้าไปยืนข้างเตียง ท่านยิ้มให้ผม

           “รู้แล้วใช่ไหมว่าทำไมผมถึงต้องการผู้ช่วย ทำไมผมต้องรีบ เวลาของผมเหลือน้อยเต็มที ผมทำคนเดียวไม่ไหวแล้ว…” ดร.วินยื่นมือขึ้นมาหาผม   ผมจับมือท่านไว้  “ผมเหนื่อยมาก….คุณต้องมารับช่วงงานวิจัยของผม”

          “ท่านต้องอยู่ต่อไป เพื่อทำงานวิจัยของท่านเอง”   เสียงยืนยันที่หนักแน่นของผมทำให้ ดร.วินมีสีหน้าผิดหวัง มือของท่านตกลง

           “ท่านควรจะรับการรักษาด้วยการผ่าตัดนะครับ” ผมรู้สึกผิดที่คำพูดของผมทำให้ท่านผิดหวัง

           “การรักษาด้วยการผ่าตัดสมอง ส่วนใหญ่จะมีผลข้างเคียง  อาจกลายเป็นโรคความจำเสื่อม พิการ  ผมพร้อมที่จะตาย ถ้ามีคนรับช่วงงานวิจัยของผม  ซึ่งต้องเป็นคุณเท่านั้น” ดร.วินมองลึกเข้ามานัยน์ตาของผม 

           “ผมรับปากว่าจะออกแบบเครื่องสร้างพลังงานสำหรับยานเวลาให้ครับ”  ดูเหมือนดร.วินจะมีความพึงพอใจ ท่านหลับตาลง อย่างช้า ๆ  ด้วยความอ่อนเพลีย  และคืนนั้นผมอยู่เฝ้าไข้ท่าน 

           เช้าวันรุ่งขึ้น    ผมได้ติดต่อมาดามวิเวียนภรรยาของท่านให้บินมาจากฮาวาย   เพื่อมาดูแลดร. วิน และขอร้องให้มาดามช่วยเกลี่ยกล่อมให้ดร.วินยอมรับการผ่าตัด

           ผมกลับมาที่บ้าน นั่งพักในห้องรับแขก  ปล่อยใจให้สงบ  นึกย้อนเหตุการณ์ไปถึงวัยเยาว์  

           คุณพ่อของผมกับดร.วิน เป็นเพื่อนรักกัน ท่านทั้งสองจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ตอนที่ผมอายุ  15 ปี คุณพ่อได้งานวิจัยสัตว์ป่าที่อัฟริกา   และดร.วินก็ได้ไปทำงานวิจัยที่นั่นด้วย  ครอบครัวของเราจึงสนิทสนมกันมาก ภรรยาของท่านให้ความเอ็นดูผมมาก  เพราะท่านกับภรรยาไม่มีลูก เราอยู่ที่อัฟริกาได้ 2 ปี คุณพ่อของผมเกิดป่วยเป็นไข้มาเลเลียที่ติดมาจากป่า และเสียชีวิตเพราะส่งตัวมาถึงหมอช้าเกินไป  ก่อนที่คุณพ่อจะตาย ท่านได้ขอร้องให้ดร.วินช่วยดูแลผมและแม่

            ดร.วินดูแลผมเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการเรียน ท่านได้สนับสนุนให้ผมไปเรียนที่อเมริกา และส่งเสริมให้เข้าทำงานวิจัยในศูนย์วิจัยขั้นนำของโลก หลังจากที่ผมสอบชิงทุนเรียนต่อระดับปริญญาโทได้และเริ่มทำงานไปพร้อมกับการเรียน ความสัมพันธ์ของท่านและผมก็เริ่มห่างเหินกัน  เมื่อผมเรียนจบปริญญาเอกได้ย้ายกลับมาทำงานสอนและวิจัยในกรุงเทพ ฯ  เพื่อจะได้กลับมาอยู่กับแม่  ผมมีความสุขที่ได้อยู่กับแม่เพียง 2 ปี  คุณแม่ก็จากผมไปด้วยภาวะไตวาย  ผมรู้สึกโดดเดี่ยวยิ่งนัก   และแล้ว…. ความสัมพันธ์ของผมกับท่านได้กลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง  เพราะท่านได้ขอย้ายมามาทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์โลกสาขาเอเซียอาคเนย์  เพื่อกลับมาดูแลผมอีกครั้ง  ท่านเป็นผู้มีพระคุณ  เปรียบเสมือนพ่อ   เมื่อผมลำดับเหตุการณ์มาถึงตรงนี้แล้ว ผมตัดสินใจว่า ผมจะต้องทำอะไรบางอย่างให้สำเร็จเพื่อดร.วิน


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที