TPA Magazine

ผู้เขียน : TPA Magazine

อัพเดท: 20 พ.ย. 2006 09.59 น. บทความนี้มีผู้ชม: 16973 ครั้ง

นักธุรกิจระดับโลก 10 คน เป็นที่เลื่องลือจนนิตยสาร Newsweek ยกย่องขึ้นหน้าปก เป็นความเก่งเหนือชั้นและความรู้ที่หาตัวจับได้ เพราะบางคนเกิดมาเพื่อเป็นยอดนักธุรกิจโดยอาจมีพื้นฐานจากครอบครัวทำให้มีโอกาสพัฒนามากขึ้น


ตอนที่ 2

เจ้าพ่อภัตตาคาร

          ฮวน โฮเซ่ กูเตียร์เรซ มองการณ์ไกลเรื่องอาหาร และคิดว่าไม่มีที่ไหนจะดีเท่ากับเอเชีย เพราะอาหารละตินแบบประเทศเขาจะใกล้เคียงกับคนแถบนี้โดยเฉพาะไก่ที่นิยมกินกันเกือบทุกประเทศ เขารู้ดีว่าอาชีพนี้เสี่ยง แต่เขาก็อยากเสี่ยง แม้เคยล้มเหลวมาแล้วก็ตาม

          เขารับช่วงกิจการ Pollo Compero (ไก่ชาวบ้าน) ตอนอายุ 16 ปี เพราะพ่อตายตอนเรือบินตก หลังจากนั้นอีก 8 ปี เขาคิดว่าควรจะขยายธุรกิจไปในอเมริการ โดยเปิดภัตตาคารในไมอามี แต่ต้องเลิกกิจการแค่ปีเดียว เพราะรายได้ไม่คุ้มรายจ่าย เพราะ
1. ไม่เข้าใจว่าคนในแถบนั้นต้องการอะไร
2. ค่าแรงสูง
3. มีคนงานเข้าออกสูงเกินไป

          เขาคิดว่าถ้าจะขยายกิจการก็ไม่ควรทำเอง แต่น่าจะออกมาเป็นแฟรนไชส์ (สาขา) และเขามีแฟรนไชน์ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ในอเมริกากลาง โดยยึดทำเลดีๆ เช่น ท่าอากาศยานกัวติมาลา ซิตี้ และ ซัน ซัลวาดอร์ เป็นต้น แต่กิจการไม่ถึงกับดีนักต่อมาท่าอากาศยานกัวเตมาลากลายเป็นตลาดไก่สำหรับชาวอเมริกันเพราะซื้อไก่ของเขากลับอเมริกากันมากมาย เพื่อไปแจกญาติสนิทมิตรสหาย

           เขาเห็นว่าตลาดไก่รสชาติจัดจานแบบละตินของเขาคงจะขายได้ในอเมริกาเขาจึงเปิดภัตตาคารในแคลิฟอร์เนียน ปรากฎว่ามีคนมาเช้าคิวซื้อไก่ Pollo Compero กว่า 6 ชั่วโมง ไม่พอภัตตาคารยังต้องเปิดจนถึงตี 3 และแค่ 47 วัน ก็ขายไก่ได้ถึง 41 ล้านบาท ก็เป็นการบอกกันปากต่อปากว่าอร่อย ทำให้เขาได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น

           เขาขยายสาขาไปยังชุมชนละติน และไปยังตลาดอื่นๆ ในอเมริกาแม้จะเป็นชุมชนที่มีพวกละตินอเมริกาน้อยก็ตาม เขาก็อยากเสี่ยงดู ในที่สุดเขาเห็นว่าควรจะขยายตลาดในแถบเอเชีย โดยเฉพาะในสาธารณรัฐประชาชนจีน และ อินโดนีเชีย

          เขามีแฟรนไชน์ภัตตาคาร 2 แห่งในอินโดนีเชีย โดยเขาไม่ต้องไปลงทุนอะไรถึง 2 ปี อย่างไรก็ตาม ด้วยวัย 47 ปี ลูก 4 คน เขาเชื่อว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนน่าเป็นตลาดใหญ่ได้และหวังจะเปิดร้านเกินกว่า 500 ร้าน ในเชี่ยงไฮ้ เพราะมีประชากรมาก จึงมีอำนาจการซื้อสูง

          เขาหวังว่าจะเป็นชาวละตินคนแรกได้มีร้านไก่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน หลายคนอาจจะบอกว่า เขามีแฟรนไชน์ในอเมริกา ตั้งแต่ฮุสตัน ดัลลัส และนิวยอร์ค ถึง 196 สาขา มีคนทำงาน 7,000 คน รายได้ปีละ 1,200 ล้านบาท ยังไม่นับสาขาในกัวติมาลาหรือประเทศเพื่อนบ้านแถบละตินอีกต่างหาก

          เขาบอกว่าถ้าเคนตักกี้ ฟราย ชิกเกนมีสาขาถึง 1,200 แห่ง แล้วทำไมเขาจะทำไม่ได้ก็ขนาดเคนตักกี้ฯ พยายามเจาะตลาดแข่งกับเขาในกัวเตมาลายังทำไม่สำเร็จ แม้การค้างขายในสาธารณรัฐประชาชนจีนจะไม่มีหลักประกันเรื่องลิขสิทธิ์ เขาก็กลัวจะมีการเลียนแบบขายไก่ Pollo Compero แต่ยังอยากเดินหน้าต่อไป รวมทั้งรู้ดีกว่านี้ว่าภัตตาคารหลายชาติเปิดในสาธารณรัฐประชาชนจีนก่อนหน้านี้ไม่น้อย จนหลายประเทศขยาย

          เขาไม่รู้ว่าอนาคตไก่ของเขาจะเป็นอย่างไร ถ้าจะต้องขาดทุน หรือล้มเลิกกิจการเขาก็ยอมรับ แต่ถ้าประสบความสำเร็จ เขาก็ได้ชื่อว่าเป็นคนละตินเปิดตลาดใหญ่ของเอเชีย


โดย : รศ. สุพัตรา สุภาพ
ขอขอบคุณ : วารสาร Quality of Life


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที