เหตุผลทางใจลึกๆที่มีก็คือ การที่ไม่ได้ร่วมทำกิจกรรมอิ่มเอิบซาบซึ้งกับการเปลี่ยน ของฤดูกาลต่างๆทำให้รู้สึกเหงาๆอย่างบอกไม่ถูกค่ะ เหมือนถูกทอดทิ้ง เหมือนไม่ได้มีส่วน ร่วมทางสังคมยังไงไม่รู้อ่ะค่ะ มันแปลกจริงๆ (^_^;)
การอยู่ในประเทศที่มีฤดูกาลทำให้เราได้เห็นสิ่งที่เรียกว่า"เวลา"เป็นรูปธรรมมากขึ้น การเอาตัวเองเข้าไปสัมผัสเป็นส่วนหนึ่งก็เหมือนกับเป็นการเตือนตัวเองด้วยว่า อย่ารอช้า เพราะเวลาได้เดินมาถึงตรงนี้แล้ว นอกจากนี้...การปลีกเวลาออกไปดูธรรมชาติบ้างก็ช่วย ให้ชีวิตประจำวันได้รับการปลอบโยนบ้างค่ะ ในแต่ละสถานที่นั้นก็ให้ความรู้สึกต่างออกไป เมื่อดูคนละช่วงเวลา เคยมีคนกล่าวว่า จะเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นแต่ละที่ต้องมาให้ครบทั้ง 4 ฤดูก่อน ถึงจะพูดได้ว่าได้ไปที่นั่นแล้วจริงๆ ค่ะ (^_^)
หลายคนบอกว่าอิจฉาที่ได้อยู่ต่างประเทศ ได้อยู่ในที่ที่มีฤดูกาล บางคนบอกว่าเบื่อ เมืองไทยที่ร้อนทั้งปี อยากไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศบ้าง
แต่ไอ้อากาศที่ว่าเนี่ยล่ะค่ะ สร้างความลำบากให้พอสมควร (-_-;)
พอถึงฤดูนี้ ก่อนอื่นต้องรื้อเสื้อหนาวขนปุกปุยของปีที่แล้ว ออกมาจากกล่องก่อน บางทีต้องไปซื้อหามาเพิ่มอีก 2-3 ตัว ฟูกที่ใช้นอน ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอนก็ต้องรื้อเอาของ ฤดูหนาวมาเปลี่ยนทั้งหมด หนักก็หนัก ทำความสะอาดก็ลำบาก แต่ถ้าไม่อยากหนาวตาย ตอนหน้าหนาวนี้ก็ต้องเอาออกมาค่ะ (-_-;)
ผ้าคลุมโต๊ะอุ่นขาที่เก็บอย่างลำบากไปเมื่อคราวที่แล้ว ก็ต้องไปหารื้อออกมาจากสุด ตู้ อากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆจนแทบไม่อยากออกไปไหน หิมะก็เริ่มตกให้เห็นในแต่ละพื้นที่ ตอนมาใหม่ๆ ก็ดีใจค่ะ ลัลล้าออกไปดูหิมะ แต่พออยู่มาหลายปีก็ลัลล้าไม่ไหว (-_-;) นี่ยัง ไม่รวมที่เป็นหวัดทุกปี ต้องไปหาหมอแสนแพงและได้ยาซองๆ เหมือนเดิมมาอีก (ยาก็อ่อน เหลือเกิน ไม่ค่อยได้ผลกับชาวไทยเลย)
หลังจากที่แทบจะหนาวตายตามต้นไม้ในสวนไปด้วย ฤดูหนาวก็ค่อยๆ ผ่านพ้นไปค่ะ เมื่ออากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นก็ต้องค่อยๆเปลี่ยนมาใส่เสื้อที่ดูบางกว่าเดิม เสื้อโค้ตที่ใส่เมื่อปีที่ แล้วว่าสวย มาปีนี้กลายเป็นเฉิ่มเชยไปแล้วค่ะ นิตยสารทุกเล่มจะออกมาประกาศเทรนด์ ของปีนั้น แล้วก็จะมีผู้คนช่วยกันสนับสนุนให้เรายิ่งดูเฉิ่มเชยเวลาออกไปเดินข้างนอก T^T เมื่ออากาศอุ่นจนอบ ฝนก็จะตกแล้วตกอีกอย่างแผ่วเบาเป็นเวลาหลายวันติดกัน เพื่อบอกเราว่าเข้าหน้าฝน ทำให้เราต้องมาคอยเช็คพยากรณ์อากาศทุกวัน เพราะกลัวจะ พลาดโอกาสซักผ้าในวันที่อากาศดีไป (-_-;)
หญ้าในสวนจะขึ้นรกครึ้มเพราะได้น้ำทุกวัน รอให้เราไปถอน ส่วนดอกไม้ที่รอดมาจากหน้าหนาวก็ทำท่าจะตายเพราะน้ำท่วมกระถาง กันอีก เมื่อฝนผ่านไป อากาศก็จะร้อนอบอ้าวทุกวันอย่างบ้าคลั่ง ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกรอบ ทั้งที่ยังหาที่ยัดผ้าของเก่าเก็บไม่ได้ จากนั้นทีวีก็จะประโคมข่าวให้เราออกไปหาซื้อ ชุด ว่ายน้ำใหม่หรือพาครอบครัวไปเที่ยวทะเลอีกแล้วจู่ๆ ฝนก็จะกลับมาตกติดๆ กันพร้อมกับพายุไต้ฝุ่นที่มาเป็นประจำทุกปี มาหอบ เอาเสาไฟฟ้า หลังคาบ้านคนไปบ้าง นี่ยังไม่รวมแผ่นดินไหวที่มาสั่นๆ ให้กลัวกันบ้าง เป็นพักๆ (-_-;)
อากาศเริ่มเย็นขึ้นอีกแล้ว ใบไม้ค่อยๆ เปลี่ยนสี เป็นสีเหลืองและแดงอย่าง สวยงามรอให้ผู้คนจากทั่วสารทิศแห่มาดูมันอีกครั้งหนึ่งเมื่อใบไม้ร่วงจนเหลือแต่ก้าน ความหนาวจนขนตั้งก็กลับมาอีกรอบ ต้องรีบมารื้อเสื้อ ปุกปุยที่เราว่าเพิ่งหาที่ยัดมันใส่ไปเมื่อเร็วๆ นี้เอง จากนั้นก็ขนเครื่องนอนฤดูหนาวที่หนักอึ้ง ออกมาเปลี่ยนใส่ฟูกอีกครั้งเพื่อไม่ให้หนาวตายไปในระหว่างนอนหลับ ไม่สามารถมีชีวิต รอดไปได้โดยปราศจากฮีตเตอร์และโต๊ะอุ่นขา... เป็นฤดูที่ค่าไฟแพงอีกแล้ว.... T^T
เห็นอย่างนี้แล้ว รู้สึกบ้างหรือยังคะว่าร้อนตลอดปีมันดียังไง? (^_^;)
By: Kisara
บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที