พรพรหม

ผู้เขียน : พรพรหม

อัพเดท: 02 มิ.ย. 2013 12.57 น. บทความนี้มีผู้ชม: 24355 ครั้ง

ประเภทงานเขียน: สารคดีท่องเที่ยวนิวซีเเลนด์กึ่งนวนิยายรักใสๆ

กานต์ เด็กเรียนผู้รักการท่องเที่ยวและเป็นนักชิมตัวยงได้ทุนไปทำวิจัยเกี่ยวกับความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายของชาวเมารีที่นิวซีแลนด์ (เรียกได้ว่าเที่ยวไป ชิมไป ศึกษาความเชื่อหลังความตายไปด้วย)
โทไบอัส หนุ่มอังกฤษร่างสูงโปร่ง ทำอาหารเก่ง อบอุ่น น่ารัก ขี้เล่น เจ้าชู้ เเละเงียบขรึม เขาจมกับอดีตส่วนตัวในบางครั้งจนกานต์เข้าไม่ถึง

มิตรภาพของทั้งสองเริ่มงอกงามขึ้นท่ามกลางพายุหิมะในเมืองไคร้ซเชิร์ชในเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ แต่เมื่ออดีตตามหลอกหลอนหนุ่มโทไบอัส สาวกานต์จึงตัดสินใจกระเตงหนุ่มสุดขรึมไปทำวิจัยและชิมอาหารตามที่ต่างๆเพื่อที่จะฟื้นฟูไข้ใจที่เกิดกับชายหนุ่มผู้มีเสน่ห์ปลายจวักคนนี้


ตอนที่ 6 หอหญิงล้วน?

ตอนที่ 6 หอหญิงล้วน?

พอเริ่มเปิดเทอมที่บ้าน พักก็มีสมาชิกเพิ่มอีกสามคน

คนแรกเป็นสาวรัสเซียชื่อเคท ผมบล็อนด์หยักศก หน้าหวานแบบเทย์เลอร์ สวิฟท์ แถมยังชอบใส่น้ำหอมฟุ้ง เธอได้อยู่ห้องในสุด ติดทางขวาของโทไบอัส

คนที่สองเป็นสาวอเมริกัน ชื่อเพทรา อยู่ห้องทางซ้ายของโทไบอัส (เขาได้ห้องมุม เป็นห้องที่ดีที่สุดของบ้านเพราะสามารถมองดูวิวได้หลายทาง อีกทั้งยังไกลจากห้องน้ำด้วย)

เพทราผมยาวสีดำ และเจาะตามส่วนต่างๆของร่างกายตั้งหู จมูก ลิ้น สะดือ ฯลฯ

“นั่นคือแค่ที่เราเห็น  ที่อื่นต้องมีอีกแน่ๆ” โทไบอัสนินทาเมื่อเดินกันอยู่สองคน กานต์ได้แต่อึ้งๆกับคำพูดอันตรงไปตรงมานั้น แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเธอเองก็คิดเช่นกัน

“แล้วแก้วน้ำบ้านเรามันหายไปไหน ผมจะทำน้ำส้มคั้นตอนเช้า เจอแก้วอยู่แค่ใบเดียวเอง” เขายังบ่นต่อ

“อ๋อ สงสัยซายูริเอาไปน่ะ ชั้นเห็นเค้าชอบออกมาทำอะไรกินไม่ค่อยมีคนแล้วก็งุบงิบเอาเข้าห้องตัวเองไป” กานต์ตอบ

ซายูริคือสาวญี่ปุ่นร่างเล็ก ชอบเก็บตัว ใส่หมวกตลอดเวลา แถมเวลาล้างจานยังใส่ถุงมือพลาสติกอีกด้วย ทำให้เชฟประจำบ้านต้องตามล้างเป็นพัลวัน เขาไม่ชอบภาชนะที่มีสิ่งตกค้าง

 

ตอนที่ทุกคนย้ายเข้ามาครั้งแรก ด้วยความที่ทุกคนเลือกอยู่หอหญิงล้วนจึงทำให้ประหลาดใจที่เห็นโทไบอัสเดินเพ่นพ่านอยู่ในบ้าน  ตอนแรกเคทนึกว่าเป็นแฟนเพทรา  เพทราก็นึกว่าเป็นแฟนเคท ส่วนซายูริคิดว่าเขาเป็นทอม! แต่พอเวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ สาวๆก็เริ่มระแคะระคายว่าโทไบอัสจะเป็นแฟนสาวไทย แต่พอเห็นเขาเข้านอนห้องตัวเองซึ่งเป็นห้องส่วนตัวที่อยู่ห่างจากห้องกานต์คนละฟาก สาวๆก็จับตัวสาวไทยออกมาคุย

“หา...เจ็คกี้จัดห้องให้เขาผิดเหรอ โอย ชั้นไม่อยากจะเชื่อเลย” เพทราตะโกนขึ้นเมื่อรู้ว่าจริงๆแล้วที่นี่ต้องเป็นหอหญิงล้วน แต่เพราะโทไบอัสมาถึงก่อนใครจึงได้อยู่ยูนิตใหม่ที่ยังไม่มีคนอยู่ และเจ็คกี้ก็ดูจะลืมเขาไปแล้วด้วย

“จะให้เค้าอยู่ต่อไปแบบนี้ไม่ได้ เค้าเป็นผู้ชายนะ” ซายูริเสริมขึ้น เธอทำท่าเหมือนจะกดโทรศัพท์หาเจ็คกี้

เคทซึ่งนั่งเงียบมานานจึงถามซายูริว่า “มีเหตุผลอะไรที่ผู้ชายจะอยู่ร่วมบ้านกับเราไม่ได้เหรอ”

เพทรายักไหล่ สำหรับหล่อนแล้วผู้ชายเหมือนขนมหวาน ถ้าไม่มีในบ้าน เธอก็พาเข้ามาอยู่แล้ว

ซายูริอ้อมแอ้มขึ้นมาว่า “จะให้ใช้ห้องน้ำร่วมกับผู้ชายน่ะเหรอ ไม่เอาด้วยหรอก เกิดเค้าทำเลอะเทอะ ชั้นไม่อยากใช้ร่วมด้วย”

กานต์ได้แต่คิดหนัก เพราะไม่อยากผิดใจกับเพื่อนร่วมบ้าน แต่อีกใจก็ไม่อยากให้โทไบอัสต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น

“เอางี้ไหม ชั้นอาสาใช้ห้องน้ำห้องตรงข้ามห้องนอนชั้นร่วมกับโทไบอัสเอง ส่วนเธอสามคนแชร์ห้องตรงข้ามห้องนอนเพทรา  แต่อย่าให้โทไบอัสต้องย้ายบ้านเลย นี่ก็ใกล้เปิดเทอมแล้ว ต้องลงทะเบียน เข้าค่ายยุ่งจะตาย” เธออธิบายยาวเหยียด พยายามข่มความรู้สึกไม่ให้มันแสดงออกไปว่าจริงๆแล้วเธอนั่นแหละที่จะทนเหงาอยู่บ้านนี้ไม่ได้ถ้าเขาต้องย้ายออกไป เพราะนั่นหมายถึงอาหารเช้า อาหารเย็น และการเดินคุยกันระหว่างทางกลับบ้านก็จะย้ายออกไปจากชิวิตเธอด้วย

ซายูริตอบตกลงแบบเสียไม่ได้ เพทรากับเคทจึงยอมตกลงไปโดยปริยาย

 

พอทุกคนเข้านอนก็หมดแล้ว กานต์ได้แต่ถอนหายใจอยู่ในความมืด  แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างทำให้เธอนอนไม่หลับ ความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่หนอ...เมื่อใดที่คิดว่าจะต้องแยกจากโทไบอัส ดูเหมือนหัวใจจะหล่นวูบไปซะทุกที เวลาอ่านหนังสือด้วยกันในห้องสมุด เธอก็จะไม่ค่อยมีสมาธิ อ่านวกไปเวียนมาแต่เนื้อหาเดิมๆเหมือนคนเลื่อนลอย  แต่พอมาแล้วไม่เจอเขานั่งอยู่ที่เดิมก็ยิ่งกระวนกระวาย เดินออกตามหาตั้งแต่ชั้นใต้ดินจนถึงชั้นบนสุด  แต่ครั้นจะโทรตามก็กลัวจะไปรบกวนเวลาส่วนตัวของเขา

 

แต่แล้วเธอก็เหลือบไปเห็นเงาแวบผ่านแถบหน้าประตู  กระดาษโน้ตสีขาวค่อยๆถูกสอดเข้ามาข้างในห้อง กานต์รีบเด้งตัวออกจากเตียงไปคว้ามันมาอ่านทันที  ในนั้นเขียนว่า

“ซึ้งใจจังที่คุณปกป้องผมวันนี้  ขอบคุณนะ ... จากโทไบอัสของคุณ”

กานต์รีบเปิดประตูออกไปทันที เธอเห็นร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นยืนกอดอกอยู่หน้าห้องตัวเองอีกฟากหนึ่ง เขาโบกมือให้ช้าๆ แล้วเปิดประตูเข้าห้องไป  ไม่ต้องเปิดไฟ เธอก็รู้ว่าเขาส่งรอยยิ้มที่ทำให้อากาศอันหนาวเย็นอบอุ่นขึ้นมาทันที

กานต์รีบตื่นเช้าอย่างกระปรี้กระเปร่า ระหว่างแปรงฟันล้างหน้าก็ยังแอบอมยิ้มกับเรื่องเล็กๆที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เธอเลือกใส่เสื้อฮู้ดดี้ตัวใหม่ที่ซื้อมาจากร้าน Emily the Strange กับกางเกงยีนส์ แล้วก็ออกมานั่งๆนอนๆอ่านหนังสือแถวโซฟาในห้องนั่งเล่น

 

จากนั้นไม่นานเท่าไหร่ โทไบอัสก็ออกมาจากห้อง เขาทำเป็นมองไม่เห็นหญิงสาวที่นอนอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่นแล้วตรงดิ่งเข้าขัดสีฉวีวรรณ (กานต์เรียกอย่างนั้นเพราะหนุ่มน้อยใช้เวลาในห้องน้ำนานเกือบชั่วโมงทุกวัน)  วันนี้เขาเลือกเข้าห้องน้ำที่อยู่หน้าห้องของกานต์แทนที่จะเข้าห้องที่อยู่แถบเขา

 

“ผมชอบเข้าห้องน้ำห้องเดียวกับคุณจัง” เขาเดินเข้ามาใกล้ๆ คุกเข่าแล้วเอาแขนเท้าพนักโซฟาไว้ แล้วดูหน้าหญิงสาวที่ตอนนี้จะนอนต่อก็ไม่สะดวก จะลุกก็ลุกไม่ได้

กานต์เอาหนังสือปิดหน้าตัวเองจนเหลือแต่ตา หวังจะอำพรางความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วแก้ม “ทำไมอ่ะ” เธอถามกวนๆ จงใจใช้น้ำเสียงให้ดูเกเรหน่อยๆ โทไบอัสจะได้ไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

เขายิ้มเจ้าเล่ห์กับท่าทางกระอักกระอ่วนนั้น ทว่าไม่ยอมลุกจากไป

“คุณไม่รู้จริงๆเหรอ” เขาถามยิ้มๆ

“ชั้นจะไปรู้ได้ไงเล่า” กานต์ส่งเสียงอู้อี้ออกมาจากหนังสือที่ตอนนี้กางปิดหน้าตัวเองทั้งหน้า

...โอ๊ยอย่าเข้ามาใกล้ได้มั๊ย...ก็นายตัวหอมเกินไปแล้ว...เธอหลับตาปี๋ใต้หนังสือ พลางจมูกก็สูดกลิ่นหอมจากคนที่เพิ่งอาบน้ำทาโลชั่นออกมาใหม่ๆ

“คุณลืมอะไรไว้ในนั้นแน่ะ” เสียงนั้นใกล้เข้ามาเหมือนกระซิบที่แผ่วเบาทว่ามีพลังพอที่จะให้สาวกานต์ลุกแล้ววิ่งไปดู “สิ่งที่ลืมไว้” อย่างรวดเร็ว

หมดแล้วชีวิต...ทุกอย่างที่ใส่เมื่อคืน...ยังวางกองอยู่ในห้องน้ำ แถมสิ่งที่เป็นของส่วนตั๊วส่วนตัว ยังวางหราอยู่หน้าซิงค์ล้างหน้าชนิดที่ว่าเงยหน้ามาก็เห็น กานต์อยากจะกรี๊ดดังๆหรือไม่ก็สาปตัวเองให้หายไปจากโลกนี้ไปในวินาทีนั้น

สาวไทยใช้เวลาเดินไปเดินมาอยู่ในห้องน้ำนานพอสมควรก็เริ่มรู้สึกขาดอากาศหายใจ มองกองผ้าในมือแล้วก็ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า  (โธ่..รู้งี้ใส่ตัวที่มันเป็นลายจุดๆสีสวยๆก็ดีหรอก...อึ๊ยยยยยย)

หลังจากทำใจอยู่นาน...กานต์ก็สวมวิญญาณสาวไทยใจหาญอีกครั้ง เปิดประตูออกไป 

โทไบอัสกำลังเทผงแป้งอะไรสักอย่าง ข้างๆมีกล่องนมสดวางอยู่ กลิ่นเนยหอมฟุ้งไปทั่วห้องครัว

กานต์รีบจัดเก็บชุดเมื่อคืนเข้าในห้องให้เรียบร้อยแล้วเดินเข้ามาหาเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โทไบอัสดูจะขบขนกับอาการตีหน้าตายของหญิงสาวแต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร  สาวเอเชียออกจะน่ารักก็ตรงเขินอายเรื่องชายหญิง ผิดกับเพทราสาวอเมริกันที่บางวันก็เดินโป๊ออกมาจากห้องน้ำโดยไม่สนใจว่าเขาจะนั่งอ่านหนังสืออยู่แถวนั้น

 

ความรู้สึกแบบนี้มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่เขาก็ไม่รู้เช่นกัน  เวลาอยู่ใกล้กานต์ เขามักจะมีมุขตลกมาแหย่ให้เธอโวยวายใส่ เวลาเขามีธุระยืดเยื้อไปเจอเธอที่ห้องสมุดไม่ตรงเวลา เขาก็จะพะวักพะวนกลัวว่าเธอจะรอ แต่ถ้าเธอไม่รอเขาก็ยิ่งร้อนรน  เวลาตื่นเช้ามาเขาก็ชอบเสมอคิดว่าจะทำอะไรให้เธอลองชิม  ก่อนนอนเขาก็อยากทำโก้โก้ร้อนๆแล้วชวนเธอออกมานั่งคุย  แต่...อดีตของเขา...หญิงสาวจิตใจใสสะอาดอย่างเธอจะรับได้หรือ...

 

กานต์ทำหน้าที่จัดโต๊ะ เทน้ำผลไม้ และนั่งรออย่างใจจดใจจ่อกับประติมากรรมอาหารของโทไบอัส  พอรอนานๆเธอก็จะเดินเข้ามองข้ามไหล่ว่าเขากำลังทำอะไร  เขาก็จะคอยหันมาดุให้เธอไปนั่งรอเงียบๆ

 

“แพนเค้กอันเบ้อเริ่มเลย~~~” กานต์ร้องออกมาอย่างตื่นเต้นยินดีเมื่อโทไบอัสยกจานที่มีแพนเค้กอันใหญ่มาวางตรงหน้า กลิ่นหอมเนยและนมลอยเข้าเตะจมูกกานต์อย่างจัง สีสันของมันก็เหมือนกับรูปวาดที่จิตรกรไล่สีโทนเหลืองน้ำตาลลงมาอย่างงดงาม เขาละลายช็อกโกแล็ตแท่งแล้วทำเป็นซอสราดแพนเค้กด้วย โทไบอัสกอดอกยืดตัวอย่างภูมิใจ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธออยากกินแพนเค้กที่เขาทำแค่ไหน เท่านี้หัวใจของเชฟหนุ่มก็พองโตอย่างบอกไม่ถูก

คำแรก...กานต์รับรู้ได้ถึงเนื้อแป้งนุ่มเนียน รสชาติเหมือนนมสด ยิ่งแกล้มกับซอสช็อกโกแล็ตแคดเบอรรี่ที่ชื่นชอบยิ่งทำให้จิตใจเหมือนจะละลายอยู่กับอาหารตรงหน้า

คำที่สอง...กลิ่นเนยที่ใช้ทอดแพนเค้กนั้นหอมกรุ่น ทว่าไม่ออกมันให้รู้สึกเหมือนกินของที่ทำให้อ้วนเลยสักนิด

แล้วสาวไทยก็อดใจไม่ไหว...ลงมือจัดการกับแพนเค้กตรงหน้าอย่างรวดเร็วราวกับพายุ

“ขอบคุณนะคะสำหรับแพนเค้กแสนอร่อย” เธอยิ้มหวานด้วยความพอใจกับอาหารที่เพิ่งหมดไป ใจอยากจะไปจุ๊บเขาสักทีแต่ก็สงวนท่าทีเอาไว้ตามแบบหญิงไทยผู้รักนวลสงวนตัว

“ด้วยความเต็มใจเสมอ” โทไบอัสตอบด้วยเสียงหนักแน่นแต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงขี้เล่นทันที “ไหนละรางวัลของผม วันนี้ผมเป็นเด็กดีทำแพ้นเค้กให้คุณทานด้วยนะ”

“จะให้ทำอะไร” กานต์ถามเสียงสูง

“ก็...ไม่มีอะไรมาก...” เขาลากเสียงยาว พลางสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วล็อคตัวเธอไว้กับโต๊ะ

“ถ้าคุณมีชุดชั้นในเหลือๆ ช่วยบริจาคให้ผมหน่อยนะ ผมอยากได้ไว้ชุบน้ำครอบจมูกตอนวิ่งหนีไฟ ขอร้องละกันหลังอย่าวางทิ้งไว้แบบนั้น...แบบว่าผมไม่อยากเข้าห้องน้ำนาน” เขาทำหน้าเหมือนกำลังตักเตือนแกมเยาะเย้ย

“อ๊าย...ฝันไปเถอะย่ะ วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ชั้นจะลืมของในห้องน้ำเข้าใจมั๊ย!!!!” สาวไทยตะโกนไล่หลังหนุ่มเมืองผู้ดีที่วิ่งหนีหายไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

หนุ่มอังกฤษนี่อันตรายแบบนี้ทุกคนมั๊ยเนี่ย?!!? /(>___<)\

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที