พรพรหม

ผู้เขียน : พรพรหม

อัพเดท: 02 มิ.ย. 2013 12.57 น. บทความนี้มีผู้ชม: 24353 ครั้ง

ประเภทงานเขียน: สารคดีท่องเที่ยวนิวซีเเลนด์กึ่งนวนิยายรักใสๆ

กานต์ เด็กเรียนผู้รักการท่องเที่ยวและเป็นนักชิมตัวยงได้ทุนไปทำวิจัยเกี่ยวกับความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายของชาวเมารีที่นิวซีแลนด์ (เรียกได้ว่าเที่ยวไป ชิมไป ศึกษาความเชื่อหลังความตายไปด้วย)
โทไบอัส หนุ่มอังกฤษร่างสูงโปร่ง ทำอาหารเก่ง อบอุ่น น่ารัก ขี้เล่น เจ้าชู้ เเละเงียบขรึม เขาจมกับอดีตส่วนตัวในบางครั้งจนกานต์เข้าไม่ถึง

มิตรภาพของทั้งสองเริ่มงอกงามขึ้นท่ามกลางพายุหิมะในเมืองไคร้ซเชิร์ชในเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ แต่เมื่ออดีตตามหลอกหลอนหนุ่มโทไบอัส สาวกานต์จึงตัดสินใจกระเตงหนุ่มสุดขรึมไปทำวิจัยและชิมอาหารตามที่ต่างๆเพื่อที่จะฟื้นฟูไข้ใจที่เกิดกับชายหนุ่มผู้มีเสน่ห์ปลายจวักคนนี้


ตอนที่ 3 เสน่ห์ปลายจวัก

เนื่องจากกานต์มาถึงนิวซีแลนด์ก่อนวันปฐมนิเทศหนึ่งอาทิตย์ เธอจึงมีเวลาว่างมากกว่าโทไบอัสที่ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือฟิสิกส์ตั้งแต่เช้ายันค่ำ บ่ายวันหนึ่งที่ไม่มีหิมะตกโทไบอัสก็ชวนไปซื้อของที่ห้าง Woolsworth ร้านชื่อดังในประเทศแถบมหาสมุทรแปซิฟิค

 

เพราะว่าเป็นวันอากาศค่อนข้างดี (หนาวและลมแรงแต่อย่างน้อยก็ไม่มีหิมะ) ประจวบกับความเบื่อหน่ายห้องสี่เหลี่ยมแคบๆทำให้กานต์แทบจะกระโดดตัวลอยออกจากโซฟา คว้าเสื้อโค้ทสีดำกำมะหยี่ที่มีฮู้ดเป็นรูปหูแมวมายืนรอโทไบอัสที่หน้าประตูทางออกจากบ้าน เขาส่งสายตาล้อๆมาแต่ไม่ได้พูดอะไร

 

ห้างร้านที่นี่ไม่ใช่ตึกระฟ้าแบบที่เห็นในกรุงเทพ หากแต่เป็นตึกชั้นเดียวเหมือนซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วๆไป โทไบอัสลากรถเข็นออกมาจากแถวอย่างชำนาญแล้วบอกให้กานต์เข็นมันไปด้วยกัน  จะด้วยเหตุที่รถเข็นมันเล็ก หรืออากาศที่หนาวจัดทำให้หนุ่มสาวขยับตัวมากระทบไหล่กันบ่อยครั้ง ทั้งสองคนหันมายิ้มให้กันบางๆแต่ทว่าไม่มีใครขยับตัวออกห่างแต่อย่างใด...

 

เริ่มจากโซนของใช้ในห้องน้ำ โทไบอัสแนะนำว่าให้ซื้อครีมทาผิวไปใช้เพราะว่าอากาศหนาวทำให้ผิวแตกแห้งได้  กานต์ลังเลอยู่พักหนึ่งก็หยิบขวดโลชั่นสีม่วงกลิ่น Sweet Petal ขึ้นมา

“ตกลงชอบกลิ่นนี้แหละ” เธอหันไปบอกชายหนุ่มร่างโปร่งที่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่หน้าชั้นยาสีฟัน เขาเดินเข้ามาหาช้าๆ คว้าเอาขวดไปดมแล้วก็บอกออกมาว่า

“สวีทพีนี่หอม ผมมีอยู่ขวดนึงที่บ้าน ใช้หลังอาบน้ำใหม่ๆ ผมชอบ” เขาทำหน้าเคลิ้ม ลากเสียงยานคาง แล้วก็หมุนตัวโยนขวดโลชั่นนั้นลงบนรถเข็น เดินลิ่วออกไป ปล่อยให้สาวไทยยืนเขินอยู่พักใหญ่

“ตาบ้า มาชอบอะไรกับกลิ่นโลชั่นผู้หญิงกันนะ” กานต์บ่นกับตัวเองเบาๆแล้วเดินตามร่างสูงนั้นออกไป

 

“ผมจะซื้อกางเกงในไปเพิ่ม อากาศมันหนาว ผ้าไม่แห้งเลย” ว่าที่เจ้าของกางเกงในตัวใหม่หอบบ็อกเซอร์ลายทางมาเทลงบนรถเข็น

นั่น...ความวัวไม่ทันหายความอายเข้ามาแทรก... คุณหนุ่มเมืองผู้ดีนี่ไม่รู้จักอายมั่งรึไงนะ เวลาซื้อของพวกนี้ใครเค้าเปิดเผยกัน เดี๋ยวก็รู้หมดหรอกว่าใส่ไซซ์ไหน (ว่าแล้วกุลสตรีไทยก็เลยแอบมองไปนิดๆ  มองตัวที่เค้าหยิบมานะคะ ไม่ได้มองตัวที่เค้าใส่...)

 

“อ้าวทำเป็นไม่สนใจ มีของคุณด้วยนะ ผมลองเทียบดูกับตัวที่ตากไว้ในห้องน้ำเมื่อเช้า ขนาดเท่าๆกันเลย” เขาหลิ่วตาล้อเลียนเมื่อเห็นแก้มสาวไทยสีเข้มขึ้น

 

“ผมหมายถึงชุด thermal เก็บความอบอุ่นร่างกาย หรือที่คุณเรียกลองจอนต่างหากเล่า  คิดไปถึงอะไรน่ะ” ชายหนุ่มนึกสนุกจึงยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ สูดกลิ่นหอมจากเรือนผมของคนที่อยู่ตรงหน้า

 

“หิว ไปซื้อผักมาทำกินดีกว่า” รู้ตัวว่าเสียเชิงซะแล้ว กานต์จึงพาร่างกลมๆเข็นรถหนีออกไปจากโซนชุดชั้นในโดยเร็วที่สุด ปล่อยหนุ่มน้อยยืนกลั้วหัวเราะไว้เบื้องหลัง

 

โซนผักผลไม้นั้นยิ่งหนาวเย็นกว่าโซนไหนๆ อาหารที่พอจะคุ้นตาก็มีแต่บร็อคโคลี่สีเขียวสด แครอท และมันฝรั่งเท่านั้น  กานต์มองโทไบอัสเลือกบร็อคโคลี่และแครอทอย่างเพลินๆ ตาสีฟ้าคู่ใสดูจะมีสมาธิกับการซื้ออาหารมากกว่าตอนเรียนฟิสิกส์ซะอีก ริมฝีปากบางๆเผยออกเล็กน้อยอย่างเป็นธรรมชาติ... พลันชายหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาพอดี

น่ะ...ยิ้มอีกแล้ว...ตานี่ยิ้มอะไรนักหนา  กานต์นึกหมั่นไส้อยู่ในใจในขณะที่ท้องไส้เริ่มปั่นป่วนเพราะสายตานั้น

 

“To…ma…to มะ...เขือ...เทศ ฉันกำลังหามะเขือเทศ” กานต์แทบจะเขกหัวตัวเองแล้วลงไปนอนดิ้นพราดๆอยู่กลางพื้นเมื่อคำพูดแก้เขินหลุดรอดออกมาเป็นชื่อผักที่เธอไม่ชอบกินเอาเสียเลย

“ฮ่าๆ Tomatoอยู่ทางนู้น ถ้ามัวมองแต่ Tobias คุณจะหาเจอได้ไง” เขาพยักเพยิดไปทางบูธมะเขือเทศพันธุ์ต่างๆพร้อมกับแซวไม่ยั้ง

สาวไทยก้าวออกไปช้าๆ หยิบผักสีแดงอมน้ำจุกสีเขียว ที่เพียงมองก็รู้ถึงรสเปรี้ยวและเนื้อนิ่มเละของมัน...แล้วบรรจงใส่ถุงอย่างไม่ให้เสียเชิงหญิงไทย...

 

โทไบอัสพากานต์ไปทุกซอกซอยของ Woolsworth หยิบซอสปรุงอาหารบ้าง เลือกกุ้งสดแช่แข็งบ้าง นานๆทีจะหันมาถามว่าต้องการอะไรอีกมั๊ย ซึ่งคำตอบก็เหมือนเดิมคือ “เดินต่อไปเรื่อยๆแหละ เจออะไรน่าสนใจจะซื้อ”

 

หลังจากที่จ่ายเงินแล้ว ทั้งสองก็พบว่าข้างนอกหิมะตกอีกแล้ว ของที่ซื้อมาก็เต็มรถหนักเกินกว่าจะหิ้วกลับฝ่าสายลมไปได้ กานต์หันไปส่งสายตาเป็นเชิงปรึกษากับชายหนุ่มร่างสูงข้างๆประมาณว่าถ้ารอให้หิมะหยุดก็อาจจะหนาวและมืดมากจนเดินลำบาก แต่หากฝ่าหิมะออกไปก็อาจจะหนาวตาย (เฉพาะสาวไทยผู้แสนบอบบางต่ออากาสหนาวนี่แหละ)  โทไบอัสพิจารณาอากาศภายนอกสักพักก็บอกว่า

“เอางี้ คุณใส่ถุงมือหนังนี้ไว้ซะแล้วเข็นรถ ผมกันฝนกันหิมะให้คุณเอง”  แหมนี่ถ้าเป็นหนังซีรี่ส์พระเอกก็คงกางเสื้อให้ความอบอุ่นกับนางเอก แล้วทั้งสองก็สบตาซึ้งอยากอยู่ในห้วงเวลานั้นไปนานแสนนานไปแล้ว  แต่บอกแล้วไงคะว่านี่มันชีวิตจริง! ทันทีที่หนุ่มเมืองผู้ดีถอดเสื้อโค้ทออกกางคลุมทั้งคู่ สาวไทยใจหาญของเราก็บึ่งรถเข็นฝ่าหิมะออกไปอย่างรวดเร็วที่สุดโดยไม่รู้สึกถึงไออุ่นใดๆทั้งสิ้น ลมเย็นที่ปะทะใบหูนั้นเย็นราวจะกัดกินประสาทสัมผัสออกไป ลมพัดแรงมากเสียจนหญิงสาวมองได้แค่พื้นและขากางเกงของชายหนุ่มคนข้างๆเท่านั้นเอง

เมื่อถึงบ้านโทไบอัสก็บรรชาให้สาวไทยล้างผัก หั่นผัก กรีดกุ้ง (เอาส่วน “ขี้” ออกมาจากหลังกุ้ง)โดยตัวเองนั่งสั่นอยู่หน้าเครื่องทำความร้อน

กานต์จัดแจงต้มน้ำ หุงข้าวเสร็จก็ขอตัวไปล้างหน้า ทำธุระส่วนตัว  เมื่อออกมาก็พบว่าหนุ่มน้อยกำลังผัดผักกลิ่นหอมฟุ้ง ข้างๆเตามีซุปบร็อคโคลี่ที่หั่นเป็นชิ้นบางๆรออยู่แล้ว  เธอมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง  ท่าทางที่เขาผัดผักนั้นดูเชี่ยวชาญ สีสันก็สวย หญิงสาวรีบตักข้าวใส่จานทันที  “พ่อครัวจำเป็น” ได้แต่มองอาหารหิวโซของหญิงสาวยิ้มๆ แล้วก็ผ่อนลมหายใจออกมาเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่

 

อาหารมื้อแรกนี้มีผัดผักรวมใส่กุ้งสด ไข่เจียว และซุปบร็อคโคลี่ แม้รายการจะดูพื้นๆแต่เขาก็ผัดผักได้กรอบกำลังพอดี แถมยังสีสันสดใส เรื่องรสชาตินั่นไม่ต้องสงสัย อร่อยจนพาให้นึกถึงกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน   พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยตอนหนึ่งว่า

“แกงไก่มัสมั่นเนื้อ       นพคุณ พี่เอย

หอมยี่หร่ารสฉุน         เฉียบร้อน

ชายใดบริโภคภุญช์         พิศวาส หวังนา
  แรงอยากยอหัตถ์ข้อน         อกให้หวนแสวงฯ”

อาหารอร่อยๆแบบนี้มันก็น่ารวบเอามือคนปรุงมาแนบอกจริงๆ (แบบว่า...บริเวณอกตอนบนใกล้ๆบ่านะคะ บริเวณเดียวกับเวลาคนเราอุทานว่าอกอีแป้นจะแตกนั่นแหละค่ะ) ผิดก็แต่เรายังเป็นผู้หญิง จะไปทำกริยาเช่นนั้นมันไม่งาม

ชายหนุ่มลุกไปล้างเครื่องครัวก่อน เมื่อหญิงสาวปฏิบัติการ “เหมาหมดจาน” เสร็จก็เดินไปสมทบ

“มาชั้นล้างเอง คุณไปพักซะ” เธอพูดพร้อมกับจะแย่งกระทะมาจากมือเขา

“ไม่เป็นไร คุณไปนั่งพักเถอะ” เขาพูดสวนกลับมา

ทั้งสองยื้อแย่งกระทะกันอยู่พักใหญ่ อยู่ๆโทไบอัสก็นิ่งไป พาสาวกานต์พลอยหยุดนิ่งไปด้วย พอได้สติก็รู้ว่าตัวเองไปจับมือชายหนุ่มเข้าเต็มเปา แถมพอจะผละออกก็โดนมืออีกข้างเกาะกุมไว้อีกด้วย

“เหย...” เธออุทานขึ้นมาด้วยความเขินสุดขีด ตั้งแต่เกิดมายี่สิบปียังไม่เคยยืนใกล้ชายหนุ่มคนไหนเท่านี้ แถมเรายังไปเป็นฝ่ายจับมือเค้าอีกแน่ะ

“มือใครน่ะนิ้ม...นิ่ม” หนุ่มน้อยตีหน้าทะเล้นพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้เป็นเชิงล้อเลียน

คราวนี้สาวกานต์ยอมผละออกไปนั่งมองเขาที่โซฟานั่งเล่นแต่โดยดี

พอว่างๆ เธอก็เลยสำรวจรูปร่างของหนุ่มรุ่นน้องเล่นๆ

“นายนี่หุ่นดีไม่เลวเลยแฮะ ตัวสูงสักร้อยแปดสิบ คอยาวรับกับผมสั้นรองทรง ไหล่กว้างเห็นเป็นกล้ามเนื้อรางๆจากด้านหลัง  มองต่ำลงมาอีกหน่อย...ก็เป็น...อะแฮ่ม...น่องค่ะ...น่องที่มีขนดกแบบผู้ชายปกติ” เธอมองเหม่อๆไปยังอาหารตาตรงหน้า  เป็นหญิงไทยทำได้อย่างมากก็แอบมองละนะ จะให้ไปยั่วยวนชวนเชิญแบบสาวฝรั่งน่ะทำไม่ได้หรอก

“ดูข้างหลังมานานแล้ว เปลี่ยนมาดูข้างหน้าบ้างนะครับ” โทไบอัสหมุนตัวกลับมาพูดทีเล่นทีจริง ทำเอาสาวกานต์ถึงบางอึ้งทำอะไรไม่ถูก ได้แต่หลับตาปี๋ก้มหน้าหนีเมื่อร่างสูงโปร่งนั้นเดินเข้ามาใกล้  เขาทำเสียงล้อเลียนเหมือนเป็นคนป่ากำลังทำวิ่งรอบกองไฟอยู่พักใหญ่ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาแล้วก็กลับไปล้างจานอีกครั้ง

 

นี่เองที่คนโบราณเขาว่าเสน่ห์ปลายจวักนั้นติดตาตรึงใจยิ่งกว่าเสน่ห์ไหนๆ เพราะความสุขนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงช่วงที่ลิ้มรสอาหาร หากยังมีเวลาที่ได้เดินเลือกอาหารร่วมกัน วางแผนเรื่องปากท้องด้วยกัน แถมยังมีเรื่องสนุกๆช่วงเก็บล้างอีกด้วย

 

คืนนั้นสาวกานต์นอนหลับเต็มอิ่มทั้งอิ่มท้องและอิ่มเอมใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที