TPA Writer Where The new ideas begin

KC
ผู้เขียน
KC
อัพเดท
10 มิ.ย. 2007 07.20 น.

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ โครงการทางวิศวกรรมที่ประกอบด้วยการจัดหาและติดตั้งเครื่องจักร อุปกรณ์ วัสดุและเครื่องมือต่างๆ รวมถึงงานก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ โครงการเหล่านี้จะประกอบด้วยผู้ที่มีหน้าที่และบทบาทได้แก่ ที่ปรึกษา (Consultant) ผู้รับจ้าง (Contractor) ผู้รับจ้างช่วง (sub – contractor) ผู้ผลิต (manufacturers) ผู้แทนจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ (supplier) ทั้งภายในและต่างๆประเทศเข้าร่วมดำเนินการตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งโครงการแล้วเสร็จ ทั้งนี้ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการ ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างต้องลงนามสัญญาให้เป็นที่เรียบร้อยเสียก่อนจึงจะเริ่มงานได้ สัญญาของโครงการทางวิศวกรรมจะมีรายละเอียดต่างๆเป็นอันมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะอ้างอิงสัญญามาตรฐานของ FIDIC ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศทั่วโลก

สำหรับท่านผู้อ่านที่อยู่ในวงการอุตสาหกรรม เช่นในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ คงจะมีความคุ้นเคยกับโครงการทางวิศวกรรมประเภทจัดหา ติดตั้งพร้อมออกแบบ หรือเป็นโครงการประเภท Design Build สัญญามาตรฐานประเภทนี้ใช้สำหรับงานออกแบบพร้อมจัดหาและติดตั้งรวมถึงก่อสร้างอาคาร สิ่งปลูกสร้างและงานวิศวกรรมอื่นๆ โดยทั่วไปของงานลักษณะนี้ผู้รับจ้างจะออกแบบ จัดหาและติดตั้งตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง(Employer requirement) ในบทความฉบับนี้จะเสนอรายละเอียดของสัญญามาตรฐานประเภท Condition of Contract for Plant and Design Build ของ FIDIC ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากมายครับ รวมถึงทำให้ท่านผู้อ่านได้มองเห็นภาพรวมของกระบวนการการทำงานของผู้เกี่ยวข้องอีกด้วย ติดตามในรายละเอียดได้เลยครับ

รายละเอียดของข้อสัญญาต่างๆ

ส่วนที่ 1 คำนิยาม การตีความ กฎหมายและความต้องการทั่วไป

FIDIC ได้กำหนดนิยามของคำศัพท์ต่างๆเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ความต้องการทั่วไปในเรื่องของวิธีการส่งเอกสารที่จัดทำขึ้นตามสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังผู้รับ ภาษาที่ใช้งาน กฎหมายที่บังคับใช้ การเริ่มสัญญาของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายซึ่งต้องเริ่มสัญญาภายใน 28 วันหลังจากที่ผู้รับจ้างได้รับจดหมายตอบรับ หรือ the Letter of Acceptance การดูแลเอกสารของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง (Care and Supply of Document) เป็นต้น 

 

ส่วนที่ 2  สิทธิ หน้าที่และความรับผิดชอบของฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง

ผู้เกี่ยวข้องตามสัญญามีด้วยกัน 3 ฝ่าย คือ ผู้ว่าจ้าง (the Employer) วิศวกร (the Engineer) และผู้รับจ้าง (the Contractor)

FIDIC ได้กำหนดหน้าที่และสิทธิของผู้ว่าจ้างไว้ในข้อสัญญา  2 โดยผู้ว่าจ้างต้องมอบสิทธิการเข้าและครอบครองพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมดแก่ผู้รับจ้าง ต้องช่วยผู้รับจ้างในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ ต้องรับผิดชอบให้บุคลากรของผู้ว่าจ้างให้ความร่วมมือกับผู้รับจ้าง และต้องส่งมอบหลักฐานทางการเงินที่แสดงว่าผู้ว่าจ้างสามารถชำระเงินของราคาตามสัญญาตามที่ผู้รับจ้างร้องขอ เมื่อผู้ว่าจ้างปฏิบัติตามหน้าที่แล้ว ผู้ว่าจ้างก็มีสิทธิเรียกร้องการชำระเงินตามข้อสัญญาจ้างและมีสิทธิในการขอขยายช่วงเวลาแจ้วความชำรุดบกพร่อง

ในข้อสัญญา 3 กล่าวถึงอำนาจหน้าที่ของวิศวกร(Engineer’s duties and authority) การออกคำสั่งของวิศวกร(Instruction of the Engineer) และการตัดสินของวิศวกร(Determination) ในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับสัญญาและการปฏิบัติงานจ้าง ในกรณีที่วิศวกรต้องให้ความเห็นชอบหรือตัดสินในเรื่องใดๆก็ตาม วิศวกรต้องปรึกษากับคู่สัญญาแต่ละฝ่ายในความพยายามที่จะบรรลุข้อตกลง ถ้าไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ วิศวกรต้องจัดทำคำตัดสินที่ยุติธรรมที่เป็นไปตามสัญญาโดยคำนึงกรณีแวดล้อมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด วิศวกรต้องส่งหนังสือบอกกล่าวไปยังคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายถึงข้อตกลงหรือคำตัดสินพร้อมรายละเอียดสนับสนุน คุ่สัญญาทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตามข้อตกลงหรือคำตัดสินเว้นแต่ว่าได้ตกลงกันภายใต้ข้อสัญญาในเรื่องของการจัดการข้อพิพาท

ในข้อสัญญา 4 กล่าวถึงพันธะของผู้รับจ้าง การส่งมอบหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา การจ้างช่วงงานจ้าง การปฏิบัติงานในสถานที่ก่อสร้าง การขนส่งเครื่องจักร วัสดุและอุปกรณ์เข้าสถานที่ก่อสร้างและการจัดทำรายงานความก้าวหน้าประจำเดือน ผู้รับจ้างมีพันธะหรือข้อผูกพันที่ต้องทำให้งานจ้างแล้วเสร็จตามสัญญาและตามคำสั่งของวิศวกรรวมถึงการแก้ไขความชำรุดบกพร่อง เมื่อผู้รับจ้างได้รับหนังสือตอบรับ หรือ the Letter of Acceptance แล้วผู้รับจ้างต้องส่งมอบหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา หรือ Performance security ให้กับผู้ว่าจ้างภายใน 28 วัน ถ้าไม่เช่นนั้นผู้ว่าจ้างอาจจะยับยั้งการมอบสิทธิหรือการครอบครองพื้นที่ก่อสร้างแก่ผู้รับจ้างจนกว่าผู้ว่าจ้างจะได้รับหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา

 

 

 

ส่วนที่ 3 ทรัพยากรที่ผู้รับจ้างต้องใช้

เมื่อเป็นงานวิศวกรรมประเภทออกแบบพร้อมก่อสร้าง FIDIC จึงได้กำหนดความต้องการทั่วไปของการออกแบบไว้ในข้อสัญญา 5                 Design การออกแบบ โดยข้อสัญญานี้กล่าวถึงพันธะของการออกแบบ (General Design Obligations) เอกสารของผู้รับจ้าง (Contractor’s Documents) มาตรฐานและข้อกำหนดทางเทคนิค (Technical Standards and Regulations) เอกสารก่อสร้างจริง (As – Built Documents) คู่มือปฏิบัติการและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance Manuals) และ ความผิดพลาดของงานออกแบบ (Design Error) รวมถึงผู้รับจ้างต้องเสนอชื่อพร้อมรายละเอียดของผู้ออกแบบและผู้รับจ้างช่วงออกแบบ (Design Subcontractor) เพื่อให้วิศวกรให้ความเห็นชอบ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการให้ผู้ออกแบบพร้อมเข้าร่วมประชุมกับวิศวกรได้ตลอดเวลาที่สมเหตุสมผลจนกว่าวันครบกำหนดช่วงเวลาแจ้งความชำรุดบกพร่อง

พนักงานและแรงงาน เป็นทรัพยากรของผู้รับจ้างเป็นผู้ทำให้งานจ้างแล้วเสร็จ FIDIC ได้กล่าวถึงการจ้างพนักงานและแรงงาน (Engagement of Staff and Labour) กฏหมายแรงงานและอื่นๆที่เกี่ยวข้อง (Labour Laws) ชั่วโมงการทำงาน (Working Hours) สุขอนามัยและความปลอดภัย (Health and Safety) ในส่วนของเครื่องมือ วัสดุ และฝีมือแรงงาน FIDIC ได้กล่าวถึงรูปแบบของการปฏิบัติงานจ้าง (Manner of Execution) การตรวจงาน (Inspection) การทดสอบที่ระบุไว้ในสัญญา (Testing) การปฏิเสธไม่รับรอง (Rejection) และการแก้ไขงานจ้าง (Remedial Work)

 

ส่วนที่ 4 กระบวนการทำงานตามสัญญา

ในข้อสัญญา 8 กล่าวถึงการเริ่มงาน (Commencement of Work) ระยะเวลาสำหรับการก่อสร้าง (Time for Completion) แผนการปฏิบัติงาน (Programme) การขยายระยะเวลาสำหรับการก่อสร้าง (Extension of Time for Completion) ความล่าช้าของงาน (Delay Damages) และการสั่งหยุดงานชั่วคราว (Suspension of Work)

ผู้รับจ้างต้องเริ่มปฏิบัติงานให้เร็วที่สุดที่สมเหตุสมผลเท่าที่จะทำได้หลังจากวันเริ่มงาน โดยวันเริ่มงานต้องอยู่ภายใน 42 วันหลังจากที่ผู้รับจ้างได้รับหนังสือตอบรับ และต้องเริ่มงานจ้างด้วยความรวดเร็วโดยไม่ชักช้า ถ้าผู้รับจ้างละเลยในการปฏิบัติงานจ้างให้แล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้องชำระค่าเสียหายจากความล่าช้าของงานจ้างแก่ผู้ว่าจ้างในการผิดสัญญาจ้าง

วิศวกรอาจจะสั่งให้ผู้รับจ้างหยุดงานชั่วคราวบางส่วนของงานจ้างหรืองานจ้างทั้งหมด ในช่วงเวลาดังกล่าวผู้รับจ้างต้องป้องกัน เก็บรักษาและรักษาความปลอดภัยส่วนของงานจ้างหรืองานจ้างทั้งหมดจากความชำรุดทรุดโทรม การสูญหาย หรือ ความเสียหาย วิศวกรอาจจะแจ้งเตือนถึงสาเหตุของการสั่งหยุดงานชั่วคราว

 

เมื่องานจ้างแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้องทำการทดสอบเมื่อเสร็จงาน ในข้อสัญญา 9 นี้กล่าวถึงพันธะของผู้รับจ้างก่อนที่จะทำการทดสอบเมื่อเสร็จงาน (Contractor’s Obligations) การทดสอบซ้ำ (Retesting) และขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อการทดสอบเมื่อเสร็จงานไม่ผ่าน (Failure to Pass Tests on Completion)

 

 

ข้อสัญญา 10 Employer’s Taking Over การรับมอบงานจ้าง

ในข้อสัญญานี้กล่าวถึงการรับมอบงานจ้างของผู้ว่าจ้าง (Taking Over of the Works and Sections) และการใช้ส่วนของงานจ้าง (Taking Over of Parts of the Works)

ข้อสัญญา 11        Defects Liability ความรับผิดชอบต่อข้อบกพร่อง

ในข้อสัญญานี้กล่าวถึงการทำให้งานคงค้างแล้วเสร็จก่อนวันครบกำหนดช่วงเวลาการแจ้งความชำรุดบกพร่อง (Completion of Outstanding Works and Remedying Defects) การขยายช่วงเวลาแจ้งความชำรุดบกพร่อง (Extension of Defects Notification Period) การดำเนินการของผู้ว่าจ้างในกรณีที่ผู้รับจ้างละเลยการแก้ไขความชำรุดบกพร่อง (Failure to Remedy Defects) การทดสอบเพิ่มเติม(Further Tests) และการออกหนังสือรับรองการปฏิบัติตามสัญญา (Performance Certificate)

 

ข้อสัญญา 12 Test after Completion การทดสอบหลังเสร็จงาน

ข้อสัญญานี้กล่าวถึงขั้นตอนของการทดสอบหลังเสร็จงาน (Procedure for Tests after Completion) การทดสอบที่ล่าช้า (Delayed Tests) การทดสอบซ้ำ(Retesting) การทดสอบหลังเสร็จงานไม่ผ่าน (Failure to Pass Tests after Completion)

ข้อสัญญา 13 Variation and Adjustments งานเปลี่ยนแปลงและงานปรับปรุง

ในข้อสัญญานี้กล่าวถึงสิทธิของวิศวกรในการออกคำสั่งงานเปลี่ยนแปลง (Right to Vary) ขั้นตอนของงานเปลี่ยนแปลง (Variation Procedure)

ข้อสัญญา 14 Contract Price and Payment ราคางานตามสัญญาและการชำระเงิน

ข้อสัญญานี้กล่าวถึงราคางานตามสัญญา (Contract Price) การชำระเงินล่วงหน้า (Advance payment) การชำระเงินรายเดือน(Monthly payment) การชำระเงินเป็นงวด (payment installment) และเงินประกันผลงาน/เงินกัก (Retention)

 

ส่วนที่ 5 การบอกเลิกสัญญา ความเสี่ยง ข้อพิพาท และการระงับข้อพิพาท

ข้อสัญญา 15        Termination by Employer การบอกเลิกสัญญาโดยผู้ว่าจ้าง

ในข้อสัญญานี้กล่าวถึงการส่งหนังสือบอกกล่าวเพื่อแก้ไข (Notice to Correct) เงื่อนไขการบอกเลิกสัญญาโดยผู้ว่าจ้าง (Termination by Employer) รวมถึงขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

ข้อสัญญา 16 Suspension and Termination by Contractor การสั่งหยุดงานชั่วคราวและการบอกเลิกสัญญาโดยผู้รับจ้าง

ในข้อสัญญานี้กล่าวถึงสิทธิของผู้รับจ้างในการหยุดงานชั่วคราว (Contractor’s Entitlement to Suspend Work) สิทธิของผู้รับจ้างในการบอกเลิกสัญญา (Termination by Contractor) และการปฏิบัติของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างหลังจากหนังสือบอกกล่าวบอกเลิกสัญญาของผู้รับจ้างมีผลบังคับ (Cessation of Work and Removal of Contractor’s Equipment)

ข้อสัญญา 17        Risk and Responsibility ความเสี่ยงและความรับผิดชอบของผู้ว่าจ้าง

ในข้อสัญญานี้กล่าวถึงการชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทน(Indemnities) การดูแลงานจ้างโดยผู้รับจ้าง (Contractor’s Care of the Works) ความเสี่ยงของผู้ว่าจ้าง (Employer’s Risk) ผลสืบเนื่องจากความเสี่ยงของผู้ว่าจ้าง (Consequences of Employer’s Risk) และวงเงินจำกัดความรับผิดชอบ (Limitation of Liability)

ข้อสัญญา 18 Insurance การประกันภัย

ข้อสัญญานี้กล่าวถึงความต้องการทั่วไปของประกันภัย (General Requirements for Insurance) และประกันภัยประเภทต่างๆ

ข้อสัญญา 19 Force Majeure เหตุสุดวิสัย

ในข้อสัญญานี้กล่าวถึงนิยามของเหตุสุดวิสัย (Definition of Force Majeure) การส่งหนังสือบอกกล่าวเหตุสุดวิสัย (Notice of Force Majeure) และสิทธิของผู้รับจ้างอันเนื่องจากเหตุสุดวิสัย (Consequences of Force Majeure)

ข้อสัญญา 20 Claim, Disputes and Arbitration การใช้สิทธิเรียกร้อง ข้อขัดแย้ง และการอนุญาโตตุลาการ

ในข้อสัญญานี้กล่าวถึงสิทธิเรียกร้องของผู้รับจ้าง (Contractor’s Claims) คณะกรรมการแก้ไขข้อพิพาท (Dispute Adjudication Board) และการอนุญาโตตุลาการ (Arbitration)

 

เอกสารอ้างอิง

1.                   Conditions of Contract for Plant and Design – Build FIDIC First Edition 1999

2.                   The Power of Design / Build : Teamwork Fuels Success EC&M October 1999

3.                   Design / Build : Getting Closer To Your Customer EC&M April 1998

โหวตให้คะแนนบทความ


facebook