เมตตา

ผู้เขียน : เมตตา

อัพเดท: 19 พ.ย. 2008 07.53 น. บทความนี้มีผู้ชม: 43896 ครั้ง

สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา มีการเปลี่ยนแปลงไปทีละเล็กทีละน้อย โดยที่เราไม่รู้ตัว เราจะปล่อยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปจนถึงจุดวิกฤติที่เรารับไม่ได้หรือจะมีวิธีใดบางที่จะป้องกันไม่ให้เกิดจุดวิกฤตินั้น


ความหมายของวันครอบครัวไทย

            ในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะกรุงเทพ ฯ ครอบครัวไทยกำลังกลายเป็นครอบครัวเดี่ยว (Micro family) มากขึ้นทุกวัน  สิ่งแวดล้อมของเด็ก ๆ กำลังเปลี่ยนแปลงไปที่เล็กทีละน้อยโดยที่ทุกคนไม่ใส่ใจ

            การเป็นครอบครัวเดี่ยว มีผลกระทบหลายอย่างกับเด็กในวัยต่าง ๆ อย่างมากมาย ตัวอย่าง เช่น 
           - การที่พ่อแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านทั้งคู่ และปล่อยภาระการเลี้ยงเด็กอ่อนไม่เกิน 1-2 ปี ให้เป็นหน้าที่ของแม่บ้าน หรือ คนรับเลี้ยงเด็ก หรือ โรงเรียนก่อนอนุบาล มีหลายคดีที่เกี่ยวกับคนรับเลี้ยงเด็กทำร้ายร่างกายเด็ก ในต่างประเทศถึงขนาดต้องแอบติดกล้องวงจรปิดเพื่อจับผิดคนรับเลี้ยงเด็ก (Baby sister) เพราะทนการรบกวนของเด็กไม่ได้
           - การปล่อยให้แม่บ้านเลี้ยงเด็กเล็กช่วงอายุ 1-2 ปี แม่บ้านบางรายจะเปิดทีวีเพื่อให้เด็กเพ่งความสนใจไปที่ทีวี จะได้ลดการรบกวน และแม่บ้านจะได้มีเวลาทำงานบ้าน เด็กจะพยายามจับภาพความเคลื่อนไหวของทีวี จนขาดความสนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว และขาดการเรียนรู้ ทำให้กลายเป็นโรคสมาธิสั้น ขอให้สังเกตบุตรหลานของท่านให้ดี ถ้ามีอาการเรียกแล้วไม่หันมาตอบสนอง หัดพูดช้า ขอให้รีบพาลูกไปพบแพทย์ท้นทีเพื่อหาทางแก้ไข 
          - สำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2-3 ปี ครอบครัวที่อยู่โดดเดี่ยว และเลี้ยงลูกให้อยู่ในบ้าน ขาดการเล่นสนุกกับเพื่อนในวัยเดียวกัน อาจทำให้ขาดการฝึก PQ (Play quotient) ซึ่งเป็นการเรียนรู้การเข้าสังคมของวัยเด็ก เรียนรู้การแบ่งปัน การเล่นเป็นกล่มไป  จะส่งผลให้เด็กปรับตัวไม่ได้หรือปรับตัวยาก เมื่อต้องเข้าโรงเรียน (ร่วมทั้งการเข้าสังคมเมื่อโตขึ้น) มีบางห้างหัวใสจัดสถานที่ให้บริการเครื่องเล่นเด็ก เพื่อให้บางครอบครัวพาเด็กมาเล่นด้วยกัน 
         - เด็กอายุ 2-5 ปี จะเป็นวัยที่กำลังช่างสังเกตและช่างซักถาม แต่ในสังคมปัจจุบัน เด็กเหล่านี้กำลังได้ดูตัวอย่างที่ไม่ดีในครอบครัวของเขาเอง เช่น การทะเลาะวิวาทของพ่อแม่  การเล่นการพนันในบ้าน การสูบบุหรี่ การตั้งวงดื่มสุรา เด็กขนาดอายุ 5-10 ปี จะถูกใช้ให้ซื้อบุหรี่และเครื่องดื่มมึนเมา  โดยที่ท่านไม่รู้เลยว่า ได้ถ่ายทอดวัฒนธรรมในการดื่มกิน และเล่นการพนันเข้าไปสายเลือดของเด็ก  เด็กเหล่านั้นกำลังรับรู้ว่าเมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาจะสามารถดื่มกินและเล่นการพนันได้เหมือนที่ผู้ใหญ่เคยทำให้เห็น
         - เด็กในวัยอนุบาล ไปจนถึงชั้นประถมศึกษา  พ่อแม่บางคนไม่มีเวลาสอนการบ้านลูก ยินดีจ่ายเงินเรียนพิเศษหลังเลิกเรียน เพื่อให้ครูสอนการบ้านให้เสร็จเรียบร้อยก่อนรับกลับบ้าน
         - เด็กในวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 10-18 ปี เป็นช่วงที่เริ่มห่างจากอกพ่อแม่ เข้ากลุ่มกับเพื่อนมากขึ้น และเมื่อพ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูก ไม่มีเวลาที่จะให้คำปรึกษา พวกเขาจะหันไปขอคำปรึกษาจากเพื่อนในวัยเดียวกัน ซึ่งขาดประสบการณ์เช่นกัน ทำให้เกิดการตัดสินใจไปในทางที่ผิด ๆ 
         
         การเลี้ยงดูเด็กหนึ่งคนให้โตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ต้องผ่านขั้นตอนที่สำคัญต่างๆ มากมาย เมื่อสิ่งแวดล้อมของสังคมไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ คุณภาพของอนาคตของชาติย่อมเปลี่ยนแปลงไปแน่นอน

         สำหรับผู้สูงอายุ ปัจจุบันมีข่าวถูกทอดทิ้งอยู่บ่อย ๆ มีผู้สูงอายุจำนวนมากที่ยื่นเจตจำนงขอเข้าพักที่บ้านพักคนชรา แต่จำนวนที่พักไม่เพียงพอ 
         มีข้ออ้างหลายอย่างสำหรับเหตุการณ์ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เช่น ที่อยู่คับแคบ ไม่มีเวลา ต้องทำงานหนัก เป็นต้น

        อยากเห็นสังคมไทยแบบเดิมที่เป็นครอบครัวใหญ่มีเด็กอยู่กับปู่ย่า หรือ ตายาย ได้รับความอบอุ่นจากพ่อแม่  และมีสิ่งแวดล้อมทางใจที่ดีสำหรับการเติบโตของเด็ก อย่างเช่น
        - การตักบาตรในตอนเช้ากับปู่ย่า ตายาย
        - การเข้าวัดทำบุญในวันสำคัญกับครอบครัว
        - พ่อแม่สอนการบ้านในลูก หรือ ลุง ป้า น้า อา สอนการบ้านให้หลานในตอนเย็น
        - การเล่นสนุกสนานกับเด็กข้างบ้านในวัยเดียวกัน

18646_images.jpg             18646_images4.jpg

         - การอ่านนิทานให้ลูกฟังก่อนนอน 
        - การให้วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัวที่อยู่พร้อมกันปู่ย่าตายาย พ่อแม่ และลูกหลาน
        - การให้ความใกล้ชิดและการให้คำปรึกษากับลูกหลาน โดยเฉพาะปู่ ย่า ตา ยาย จะเป็นผู้สั่งสอนบุตรหลานที่ดี เพราะมีเวลามากพอที่จะได้ใกล้ชิดเด็ก 

18646_images3.jpg

       ถ้าทำได้ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ความหมายของคำว่าครอบครัวไทยคงจะมีความสมบูรณ์มากขึ้น

        บุคคลสำคัญหลายคนที่ได้ใช้ชีวิตในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่นอยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย แล้วเติบโตมาเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต และหน้าที่การงาน เพราะได้รับการถ่ายทอดแนวความคิด และคติพจน์ในการดำรงชีวิตที่ดีในวัยนั้น 

        วันที่ 14 เมษายน เป็นวันที่ควรทำพิธีรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ โดยเฉพาะ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ครูบาอาจารย ผู้ที่เคารพนับถือ เราควรทำเป็นตัวอย่างให้ลูกหลานได้เห็น เพื่อให้เขาได้ซึมซับวัฒนธรรมที่ดี และส่งต่อถ่ายทอดไปสู่รุ่นถัดไป 

        ในทางปฏิบัติ ขอให้ทุกท่านเข้าใจความหมายของวันนี้ให้มากขึ้น  ช่วยกันสร้างสิ่งแวดล้อมทางจิตใจที่ดีสำหรับอนาคตของชาติ เพื่อให้เขาเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มีคุณภาพของสังคม และสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับครอบครัวและประเทศชาติ 
  
        อนาคตของชาติกำลังมองดูคุณเป็นตัวอย่าง
        
        อนาคตของชาติที่ดีเริ่มต้นมาจากครอบครัวของทุกคน

        
       
        
         

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที