suriya

ผู้เขียน : suriya

อัพเดท: 26 เม.ย. 2019 10.05 น. บทความนี้มีผู้ชม: 315 ครั้ง

เรามาดูกันดีกว่าว่า ประกันภัยชั้นต่างๆ ที่พูดกันนั้นมันเป็นอย่างไร และมีจุดเด่นต่างกันแค่ไหนกันดีกว่า


เรามาดูกันดีกว่าว่า ประกันภัยชั้นต่างๆ ที่พูดกันนั้นมันเป็นอย่างไร และมีจุดเด่นต่างกันแค่ไหนกันดีกว่า

สำหรับคนที่เคยทำประกันภัยรถยนต์มาแล้วนั้นเวลาที่จะต้องต่อประกันภัยอีกครั่งก็อาจจะหาข้อมูลแค่ว่า ทำประกันรถยนต์ที่ไหนดี และก็อาจจะมีการเปรียบเทียบเบี้ยประกันกันเล็กน้อย แต่ทว่าสำหรับผู้ที่กำลังจะหาซื้อประกันภัยรถยนต์เป็นครั้งแรกนั้นก็อาจจะต้องศึกษาหาข้อมูลที่มากกว่าการดูแค่ว่า ประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดี อย่างแน่นอน ทั้งนี้ก็เพราะว่าเราอาจจะยังไม่เข้าใจว่าประกันภัยนั้นมีอะไรบ้าง และประกันภัยแต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันอย่างไร

รวมไปถึงประกันที่มักจะได้ยินว่า ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2 หรือชั้น 2+ นั้นมันก็คือประกันอะไรกันแน่ ฉะนั้นในวันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจในส่วนนี้ให้เข้าใจกันได้ง่ายขึ้น เพื่อที่จะได้มีเวลาไปหาข้อมูลว่า ซื้อประกันรถยนต์ที่ไหนดี ซึ่งประกันภัยรถยนต์ที่เรามักจะได้ยินกันเป็นชั้นๆ  นั้นมันเป็นคือ ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ซึ่งเราจะทำหรือไม่ทำก็ได้ เพราะไม่มีกฎหมายบังคับไว้ แต่ถ้าหากเป็นประกันภัยภาคบังคับหรือประกันภัยตามพรบ. นั้นเราจำเป็นที่จะต้องทำให้กับรถยนต์ที่เรามีทุกคัน

ซึ่งประกันภัยภาคสมัครใจนั้นจะคุ้มครองครอบคลุมถึงความเสียหายต่อตัวรถยนต์ ชีวิตร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก และด้วยความที่มันให้ความคุ้มครองและสิทธิพิเศษมากกว่าประกันภาคบังคับจึงทำให้มีอัตราค่าเบี้ยประกันที่สูงกว่านั่นเอง และแน่นอนว่าประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจนั้นมีหลายประเภทและแต่ละประเภทนั้นก็จะมีจุดเด่นในเรื่องที่ต่างกันออกไป ฉะนั้นเราไปดูกันดีกว่าว่าแต่ละประเภทนั้นมันแตกต่างในเรื่องใดบ้าง

  1. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เหมาะสำหรับมือใหม่ ผผู้ที่เพิ่งซื้อรถใหม่ หรือผู้ที่ต้องการความคุ้มครองครบ เพราะมันจะคุ้มครองรถยนต์ของเราไม่ว่าจะรถหาย รถชน ทั้งแบบที่มีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณี รวมถึงยังคุ้มครองทรัพย์สิน ชีวิต ร่างกายและอนามัย ของคู่กรณีในกรณีเกิดอุบัติเหตุด้วย
  2. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์ และใช้รถยนต์บ่อย ง่ายๆ เลยก็คือ อยากได้ประกันราคาสบายแต่ให้ความคุ้มครองเกือบครบ แต่มันก็จะมีข้อแตกต่างกับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ตรงที่มันจะคุ้มครองการชนแบบมีคู่กรณีเท่านั้น และด้วยเหตุนี้จึงทำให้เบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ ถูกกว่าประกันภัยชั้น 1 นั่นเอง
  3. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ เหมาะสำหรับบุคคลที่ต้องประหยัด แต่ในขณะเดียวกันก็อยากอุ่นใจเรื่องของอุบัติเหตุนั้นก็อาจจะหันมาทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ นี้ ซึ่งความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ชั้นนี้นั้นก็จะให้ความคุ้มครองที่แทบจะเหมือนกับการทำประกันชั้น 2+ แต่จะแตกต่างกันตรงที่ประกันภัยรถยนต์ชั้นนี้ไม่คุ้มครองกรณีรถหายนั่นเอง
  4. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 เหมาะสำหรับผู้ที่ชำนาญในการขับขี่ และผู้ใช้รถยนต์น้อย แน่นอนว่าเมื่อเรามีประสบการณ์ในการขับรถยนต์มามากแล้ว แถมการใช้รถยนต์คันนั้นก็น้อยเราก็ไม่อยากที่จะเสียเบี้ยประกันภัยในราคาสูง ฉะนั้นก็อาจจะหันมาเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 3 ซึ่งจะคุ้มครองทรัพย์สิน ชีวิต ร่างกาย และอนามัยของคู่กรณีเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าเบี้ยประกันภัยนั้นก็ถูกกว่าประกันชั้นอื่นๆ ด้วย

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที