คุณหมอต๋อง

ผู้เขียน : คุณหมอต๋อง

อัพเดท: 28 มี.ค. 2007 22.54 น. บทความนี้มีผู้ชม: 46848 ครั้ง

ยินดีต้อนรับนักท่องเน็ตทุกท่านครับ

ยินดีรับปรึกษาปัญหาสุภาพทุกเรื่องและมอบเรื่องราวที่น่าสนใจให้ทุกท่านครับ


เข้าสู่ฤดูฝน

เข้าสู่ฤดูฝน
เราเดินทางเข้าสู่ฤดูฝนเต็มตัวแล้วนะครับ

เข้าสู่ฤดูฝน

สวัสดีครับ เพื่อนๆ
วันนี้บ้านคุณหมอเชิงดอยก็เปิดบ้านรับแขกอีกแล้วนะครับ วันนี้เรามานั่งคุยกันในเรื่องเบาๆกันบ้างดีไหมครับ เอาเป็นว่าตอนนี้พวกเราก็เดินทางเข้าสู่ฤดูฝนเต็มตัวกันแล้วนะครับ

จากข่าวคราวที่เราได้รับรู้ไม่ว่าจะเรื่อง มรสุมหรือพายุต่างๆ ทำให้นึกถึงปีที่ผ่านๆมา เช่นภาคเหนือก็เจอปัญหาเต็มๆคือการทีมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ย่านที่อยู่อาศัยและธุรกิจหลัก โดยเฉพาะแถวบ้านของพี่มดเอง อ่วมอรทัยไปเลยครับ เกล็ดความรู้ที่อยากเอามาเล่าให้เพื่อนๆฟังก็คือ ภายหลังจากที่มีการท่วมขัง โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยก็จะพบว่ามีการติดเชื้อของผิวหนังจากเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราที่ขึ้นตามผิวหนังบริเวณเท้า ใต้ร่มผ้าที่อับชื้น ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอาการคันบริเวณที่ติดเชื้อ และมักจะพบแผลที่ลอกมีขอบไม่เรียบ เมื่อมีอาการคันมากๆ ก็มักจะเกา เชื้อแบคทีเรียบริเวณเล็บก็จะข้าไปอาศัยในแผลเปิดนั้น และเกิดการอักเสบขึ้น บ้างก็จะมีหนองตามมา บ้างก็จะมีแผลแดงบวมและลามมากขึ้น หมอก็จะให้ยาฆ่าเชื้อและยาลดอาการคัน ที่สำคัญที่สุดผู้ป่วยเองก็จะต้องช่วยลดการเกาแผล และดูแลแผลไม่ให้สัมผัสความชื้นหรือน้ำอีก นี่ก็เป็นเรื่องที่พบกันบ่อยๆนะครับ

แต่อีกโรคหนึ่งที่ในฤดูฝนอย่างนี้ไม่ควรจะเพิกเฉยเลย และทุกๆ ปีมักมีคนที่ล้มป่วยมากขึ้นบางครั้งหากรักษาหรือวินิจฉัยช้าไป ก็อาจจะอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตเลยนะครับ โรคที่ว่าคือโรคไข้เลือดออกนั่นเอง หลายๆ คนอาจจะได้ยินชื่อเสียงของโรคนี้ว่าเป็นเพชรฆาตหน้าฝน ฟังดูแล้วน่ากลัวเกินไปนะครับ โรคนี้ไม่ได้มีอะไรสำคัญมากหากรู้จักพฤติกรรมการเกิดโรคครับ

พวกเรารู้ดีว่าโรคนี้เกิดจากการมียุงลายที่เป็นพาหะ ชอบวางไข้และแพร่พันธุ์ในน้ำขังหรือน้ำที่อยู่นิ่ง และชอบกัดคนในช่วงกลางวัน ดังนั้นหากคนที่ถูกกัดมีภูมิคุ้มกันต่ำๆ ในช่วงนั้น และถูกกัดมากจนมีเชื้อเข้าร่างกายมากเกินไป ก็จะทำให้ติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกได้โดยง่าย ดังนั้นหากเราป้องกันตั้งแต่แรกไม่ให้ถูกยุงลายกัด หรือกัดให้น้อยที่สุดและที่สำคัญควรทำร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่สูงมากในระดับหนึ่ง เราก็จะปลอดจากการติดเชื้อไข้เลือดออกได้โดยง่าย  

ส่วนคนที่เป็นไข้เลือดออกนั้นก็จะมีอาการ ไข้สูงลอยหลายวัน ไม่ลดลงด้วยยาลดไข้ มีอาการปวดศีรษะร่วมด้วยอย่างมาก มีเบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียนเป็นบางครั้ง ร่างกายอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว เมื่อมีอาการอย่างนี้แพทย์ก็จะตรวจเลือด ซึ่งผลของการตรวจเลือดที่จะบ่งชี้ว่าเป็นโรคนี้นั้นก็จะเด่นชัดหลังจากมีไข้ประมาณ 3 วัน ซึ่งจะพบว่ามีเกล็ดเลือดลดต่ำลงมาก และมีความเข้มข้นของเลือดสูงขึ้น บ่งบอกว่า น้ำเลือดข้นเนื่องจากปริมาณสารน้ำในเลือดแพร่ซึมออกนอกเล้นเลือด มาอยู่ในพื้นที่ของกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อต่างๆทั่วร่างกาย จะเห็นว่าจะมีอาการบวมได้ หากมีบวมในตับก็จะปวดบริเวณชายโครงขวาร่วมด้วยครับ เมื่อเวลาผ่านไปหากไม่ได้รักษาน้ำในหลอดเลือดลดลงเรื่อยๆ ก็จะทำให้เกิดอาการช๊อค และมีภาวะหัวใจล้มเหลวได้ ดังนั้นหากรับการกรักษาทันตั้งแต่แรก แพทย์จะให้สารน้ำเข้าทดแทนในหลอดเลือดอย่างระมัดระวังก็จะปลอดภัยได้ครับ ทั้งนี้การหายไวหรือช้านั้นขึ้นกับความรุนแรงของตัวเชื้อ ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยและสภาพร่างกายที่เหมาะสมครับ

ที่จริงแล้วเปอร์เซนต์การพบก็เพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากร แต่ก็ยังพบอีกว่าในปัจจุบันมีการพัฒนาของสายพันธ์เชื้อไวรัสพวกนี้มาตลอดทุกปี จึงเป็นเรื่องที่เราต้องติดตามกันต่อไปครับ

เอาเป็นว่าพอหอมปากหอมคอกันนะครับ

ครั้งต่อไปผมจะมาเล่ากันเกี่ยวกับโรคอื่นที่ใกล้ตัวเราบ้างนะครับ

สัปดาห์นี้คงต้องลาก่อน

หากใครมีปัญหาอะไรก็สามารถโพสมาถามได้นะครับ

 




บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที