GIT Information Center

ผู้เขียน : GIT Information Center

อัพเดท: 30 ก.ย. 2016 03.54 น. บทความนี้มีผู้ชม: 736 ครั้ง

ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับขอนำเสนอ "ตลาดค้าปลีกสหรัฐ...ก้าวย่างที่ท้าทาย" สนใจบทความอื่นๆ อ่านเพิ่มเติมที่ http://infocenter.git.or.th สอบถาม พูดคุย หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่ https://www.facebook.com/GITInfoCenter


ตลาดค้าปลีกสหรัฐ...ก้าวย่างที่ท้าทาย

ในช่วงเวลาอันเต็มไปด้วยความผันผวนเกินคาดเดาอย่างปีนี้ แม้แต่ภาวะซบเซาที่เป็นไปตามคาดก็กลายเป็นรื่องที่ไม่น่ากังวลใจนัก ด้วยเหตุนี้เองเมื่อยอดขายในช่วงฤดูร้อนชะลอตัว ผู้ค้าปลีกจึงยอมรับได้โดยไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ความจริงแล้ว แม้ปีนี้จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ และทำให้ผู้บริโภคเกิดความลังเลจนส่งผลกระทบซึ่งดูจะเป็นมากกว่าแค่การสะดุดเล็กๆ น้อยๆ แต่ผู้ค้าปลีกกลับเห็นพ้องต้องกันว่าสถานการณ์ยังไม่ถือว่าย่ำแย่จนเกินไป และภายในเดือนธันวาคมปีนี้ยังอาจมีเหตุที่ทำให้เกิดความหวังขึ้นใหม่อีกด้วย

สถานการณ์ตลาดสหรัฐฯ
 
เพชรเจียระไนทรงกลมขายดีที่สุด ตามด้วยทรงสี่เหลี่ยม Cushion และรูปไข่ ส่วนทรงมาร์คีส์ขนาดเล็กก็ขายได้ดี
เพชรขนาด 1 กะรัตมียอดขายสูงสุด
เพชรที่มีความใสสะอาดในระดับ SI2 เป็นที่นิยมมากที่สุด
ช่วงสีของเพชรที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ H-J 
เครื่องประดับทองขาว 14 กะรัตขายได้มากเป็นอันดับที่หนึ่ง ตามด้วยเครื่องประดับแพลทินัมและทองคำ ส่วนทองสีกุหลาบก็ยังอยู่ในกระแสนิยม
ราคาเฉลี่ยของแหวนหมั้นซึ่งรวมอัญมณีและตัวเรือนอยู่ที่ 6,945 เหรียญสหรัฐ

ถึงสะดุดแต่ก็ยังฟื้นตัว
 
บรรดาผู้ค้าปลีกกล่าวว่า ยอดขายในปี 2016 ยังคงคาดเดาไม่ได้ ซึ่งแม้ทำให้ลำบากใจแต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเรื่องไม่ดี Richard Hegeman เจ้าของ Hegeman & Co. ในเมือง Providence รัฐ Rhode Island กล่าวว่า “เท่าที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่แย่เกินไป ยอดขายเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนที่ผ่านมาค่อนข้างสูง แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ราบรื่นและขาดความสม่ำเสมอ แม้จะมีบางช่วงที่ยอดขายดีแบบคงเส้นคงวา แต่ก็ไม่ใช่ยอดที่มีมูลค่าสูงอะไร ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้ารายการเล็กๆ น้อยๆ”
 
ส่วนตลาดทางฝั่งตะวันออกนั้น Robert Johnsen ผู้อำนวยการฝ่ายขายและจัดซื้อของ Bentley Diamond Importers เมือง Wall Township รัฐ New Jersey บอกว่ายอดขายมีความผันผวนเช่นกัน “ยอดขายของเราดีกว่าเมื่อปี 2015 เล็กน้อย แต่ก็มีสะดุดบ้าง โดยเดือนหนึ่งยอดอาจจะตกไป 10% แต่ในเดือนถัดมาอาจจะขึ้น 40% สาเหตุที่ยอดขายไม่แน่นอนอาจเป็นเพราะปีนี้มีการเลือกตั้ง สื่อเอาแต่เสนอข่าวเชิงลบจึงอาจจะส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้บริโภคในการซื้อของให้คู่ครอง” 
 
Joseph R. Villarreal ประธานของ Villarreal Fine Jewelers เมือง Austin รัฐ Texas ก็สนับสนุนว่ายอดขายที่ไม่คงที่นั้นเป็นผลมาจากความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่มีการเลือกตั้งทั่วไป “ตอนนี้ยอดขายชะลอตัวเล็กน้อย แต่เราก็พอใจ ยอดขายของเราใกล้เคียงกับยอดในช่วงเดียวกันนี้เมื่อปีก่อน ใครก็ตามที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้เป็นเวลานานจะรู้ดีว่าในปีที่มีการเลือกตั้งทั่วไป อะไรๆ ก็ไม่แน่นอน ประวัติศาสตร์สอนให้เราเรียนรู้ว่าธุรกิจการค้าขายจะกลับมาสู่ภาวะปกติหลังเดือนพฤศจิกายน 2016”
 
New Normal : บริบทใหม่ทางเศรษฐกิจ
 
อย่างไรก็ตามผู้ค้าปลีกรายอื่นๆ กล่าวว่าอันที่จริงความผันผวนนั้นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่คาดเดาได้ โดย Gail Friedman เจ้าของ Sarah Leonard Fine Jewelers ในเมือง Los Angeles รัฐ California กล่าวว่า “ยอดขายของเราไล่เลี่ยกับเมื่อปีที่แล้วและถือว่าดี เท่าที่ผ่านมานี้ถึงเราจะมีลูกค้าเยอะ แต่ก็ใช่ว่าจะวางใจได้ ธุรกิจทุกวันนี้ก็เป็นแบบนี้ คาดเดาอะไรไม่ได้มาตั้งแต่สิ้นปี 2008 ไม่ใช่เพราะการเลือกตั้ง หากแต่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตและความคิดของลูกค้าไปแล้ว ตอนนี้เราเลยมีลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ต้องทำให้หันมาบริโภคสินค้าแฟชั่น นอกจากนี้พวกเขาก็ไม่ได้ใส่เครื่องประดับอย่างที่เคยเป็นมาอีกแล้ว และยังเห็นโฆษณาเครื่องประดับน้อยเกินไปอีกด้วย ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ใช้เงิน แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่คิดจะใช้จ่ายเงินไปกับการซื้อเครื่องประดับ Friedman ยังกล่าวอีกว่า ส่วนใหญ่ต้องโทษอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับโดยรวม “ลูกค้าใช้เงินซื้อเครื่องประดับเจ้าสาว แล้วก็คิดว่าเท่านั้นก็พอแล้ว ต้องผ่านไปหลายปีกว่าพวกเขาจะกลับมาอีก เราเคยเห็นพวกเขามาซื้อเครื่องประดับสำหรับวันเกิดหรือวันครบรอบแต่งงาน แต่อุตสาหกรรมฯ กลับขาดความสามารถในการโฆษณาประชาสัมพันธ์เครื่องประดับให้โดดเด่น ดังนั้นโฆษณาที่คุณเห็นจึงมีแต่โฆษณาของร้านค้าปลีกเครือข่ายแบบหลายสาขา เราเป็นอุตสาหกรรมที่เปราะบาง เครื่องประดับไม่ได้อยู่ในความคิดของคนรุ่น Millennials แล้ว คนรุ่นนี้ต้องการโทรศัพท์มือถือใหม่ อยากเดินทางท่องเที่ยว ไม่ได้ต้องการเครื่องประดับ”
 
ตลาดที่เล็กลงและลูกค้ากลุ่มใหม่
 
การทำความเข้าใจลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีอายุน้อยลงรวมถึงการค้นหาสิ่งที่พวกเขาต้องการเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับ Scott Stambaugh เจ้าของ Stambaugh Jewelers ในเมือง Defiance รัฐ Ohio และการกระทำเช่นนี้ก็ดูจะเป็นผล “ปีนี้ยอดขายดี ปีงบประมาณของเราสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้น 19% แต่คุณต้องตามให้ทันเทรนด์และเทคโนโลยี รวมถึงคนรุ่น Millennials ซึ่งต้องการสินค้าที่มีความแตกต่าง อย่างเช่นต้องการแหวนหมั้นที่ใช้อัญมณีสีน้ำเงินหรือเขียว และคนรุ่นใหม่เหล่านี้ต้องการเรื่องราวและประสบการณ์ ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่คุณต้องนำมาให้พวกเขา” Stambaugh ยังกล่าวด้วยว่าธุรกิจของเขามีผลประกอบการดีขึ้นเมื่อกลายเป็นร้านเครื่องประดับอิสระเพียงร้านเดียวในพื้นที่ “ย่านที่เราอยู่เป็นชุมชนเล็กๆ มีคนแค่ 17,000 คน และเราก็เป็นร้านเครื่องประดับอิสระเพียงร้านเดียวที่นี่ ร้านเครื่องประดับอิสระอีกร้านหนึ่งปิดไปเมื่อประมาณเดือนครึ่งที่ผ่านมา พอพวกเขาตัดสินใจจะเลิกกิจการก็เริ่มส่งลูกค้ามาให้เรา จึงเป็นเรื่องที่ดี เพราะผู้คนต้องการซื้อสินค้าจากร้านเครื่องประดับอิสระ ตอนที่รู้ว่าพวกเขาจะเลิกกิจการ เราแสดงความยินดีกับพวกเขาที่จะได้ฉลองคริสต์มาสอย่างสบายใจไร้ความวุ่นวายเสียที”
 
 
------------------------------------------
ที่มา: “U.S. Retail: Bumpy, Unpredictable.” by Lara Ewen. RAPAPORT. (August 2016: pp. 40).
 
*** กรุณาอ้างอิง “ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)” ทุกครั้ง เมื่อนำบทความนี้ไปเผยแพร่ต่อ
 

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที