GIT Information Center

ผู้เขียน : GIT Information Center

อัพเดท: 06 มิ.ย. 2016 10.12 น. บทความนี้มีผู้ชม: 976 ครั้ง

ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับขอนำเสนอบทความเรื่อง "ตลาดเครื่องประดับมาเก๊ายังคงเข้มแข็ง" สนใจบทความอื่นๆ อ่านเพิ่มเติมที่ http://www.git.or.th/Gem สอบถาม พูดคุย หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่ https://www.facebook.com/GITInfoCenter


ตลาดเครื่องประดับมาเก๊ายังคงเข้มแข็ง

ด้วยประชากรไม่ถึง 650,000 คน มาเก๊าสร้างรายได้มากมายจากธุรกิจการพนันและการท่องเที่ยว แต่ธุรกิจเครื่องประดับก็นับว่าเป็นภาคธุรกิจที่เติบโตในเมืองแห่งนี้เช่นกัน

มาเก๊ามีผู้ค้าปลีกเครื่องประดับอยู่สามประเภท แบรนด์ระดับสูงจากต่างประเทศ และแบรนด์ที่มีชื่อเสียงจากฮ่องกงดำเนินกิจการอยู่ตามศูนย์การค้าของโรงแรมห้าดาวและในคาสิโน โดยมุ่งเป้าหมายไปยังผู้บริโภคฐานะดี ซึ่งมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชันของจีนส่งผลให้จำนวนนักพนันที่เดินทางมายังมาเก๊าลดลงมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา แต่ด้วยการจัดการศูนย์การค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจจึงยังคล่องตัว และโรงแรมก็ได้ทำหน้าที่ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วย จะว่าไปแล้วผู้ประกอบการในภาคค้าปลีกเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงนักจากปัจจัยภายนอก

แล้วยังมีผู้ค้าปลีกเครื่องประดับที่ดำเนินกิจการอยู่บนถนน Avenida de Almeida Ribeiro (หรือที่คนท้องถิ่นซึ่งพูดภาษากวางตุ้งเรียกกันว่าถนน San Ma Lo) ถนนสายนี้นำไปสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ อันได้แก่ โบสถ์ St. Dominic, อาคาร Holy House of Mercy และซากโบสถ์ St. Paul

ถนนสายเครื่องประดับ

ในยุครุ่งเรืองของธุรกิจเครื่องประดับ ถนน Avenida de Almeida Ribeiro สายนี้มีร้านเครื่องประดับตั้งเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เดิมนั้นร้านเครื่องประดับส่วนใหญ่เป็นของชาวมาเก๊า จนกระทั่งแบรนด์จากฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่เริ่มเข้ามามีบทบาทในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แบรนด์ใหญ่ๆ หลายแบรนด์ก็ได้เข้ามาเปิดร้านสาขาใหญ่บนถนนแห่งนี้อีกด้วย

ทว่าช่วงเวลาเหล่านั้นได้กลายเป็นอดีตไปนานแล้ว ยอดขายสินค้าหรูหราได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในมาเก๊า เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในฮ่องกงเนื่องมาจากการปราบปรามคอร์รัปชันในจีนอย่างจริงจัง ทุกๆ วันยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินผ่านร้านเครื่องประดับบนถนนสายนี้ แต่คนที่มีเงินสดให้ใช้จ่ายนั้นส่วนใหญ่เป็นนักพนัน ไม่ใช่นักท่องเที่ยว นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจบนถนนสายนี้ก็เป็นอุปสรรคอีกประการหนึ่ง โดยค่าเช่าที่นั้นสูงเท่าค่าเช่าที่บนถนน Nathan Road ของฮ่องกง ในขณะที่ค่าจ้างก็เกือบเท่ากับในฮ่องกงเช่นกัน

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะอยู่รอดภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ร้านค้าบางแห่งปิดตัวลงเมื่อปีที่แล้ว แต่จำนวนร้านที่ปิดก็ยังไม่น่าตกใจนัก เมื่อสองสามเดือนก่อนบริเวณใกล้ซากโบสถ์ St. Paul ยังมีร้านว่างอยู่บ้าง แต่ทั้งหมดก็ถูกปล่อยเช่าไปเมื่อไม่นานมานี้

ผู้ให้เช่าในมาเก๊าเต็มใจที่จะลดค่าเช่าลงร้อยละ 20 หากพื้นที่ของตนไม่มีคนเช่ามานานกว่าหนึ่งเดือน หรืออาจลดให้มากถึงร้อยละ 50 หากพื้นที่นั้นไม่มีคนเช่านานสองถึงสามเดือน

จากประสบการณ์ตรง ผมพบว่าค่าเช่าพื้นที่ 65 ตารางเมตรอาจลดลงจาก 77,000 เหรียญสหรัฐ เหลือเพียงราว 38,500 เหรียญสหรัฐ อัตราค่าเช่าในระดับนี้ช่วยให้แบรนด์ใหม่ๆ เปิดตัวได้อย่างแน่นอน ข้อนี้เป็นความจริงไม่เพียงแต่ในแบรนด์เครื่องประดับ แต่ยังรวมถึงแบรนด์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวด้วย

ร้านเครื่องประดับรุ่นเก่า

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด มีร้านขายเครื่องประดับอีกประเภทหนึ่งซึ่งผมเชื่อว่าหาได้เฉพาะในมาเก๊าเท่านั้น ร้านเหล่านี้ตั้งอยู่ใกล้คาสิโนและทำหน้าที่เป็นทั้งโรงรับจำนำและร้านขายเครื่องประดับ เพราะร้านเหล่านี้ไม่เพียงปล่อยเงินกู้ให้นักพนันซึ่งนำทรัพย์สินมีค่ามาเป็นหลักค้ำประกันเท่านั้น แต่ยังขายเครื่องประดับและนาฬิกาซึ่งเป็นของมือสองหรือของใหม่ด้วย

นอกจากร้านเหล่านี้ ผมยังอยากกล่าวถึงถนน Rua Um do Bairro lao Hon ถนนเก่าสายสั้นๆ ใกล้ Portas do Cerco (หรือ Border Gate) ที่นี่คุณจะไม่พบสถานที่สำคัญ โรงแรมห้าดาวพร้อมศูนย์การค้าหรู หรือร้านค้าของแบรนด์ใหญ่ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาผมก็คือร้านเครื่องประดับหกเจ็ดร้านซึ่งกระจายอยู่ตามถนนเส้นนี้ การตกแต่งหน้าร้านและเครื่องประดับที่ขายอยู่เป็นแบบดั้งเดิม แต่บางร้านก็เป็นเครือข่ายซึ่งมีสาขาอยู่สี่ถึงห้าแห่งในมาเก๊า โดยมีเจ้าของเป็นนักธุรกิจชาวมาเก๊าหรือฮ่องกง

ผมไปเยือนร้านเครื่องประดับรุ่นเก่าเหล่านี้หลายครั้ง และทุกๆ ครั้งผมก็พบว่ามีคนไปซื้อของในร้าน ลูกค้าบางรายเป็นผู้อยู่อาศัยในละแวกนั้น แต่ลูกค้าส่วนใหญ่มาจากพื้นที่ Border Gate พื้นที่ซึ่งเรียกกันว่า Border Gate นี้เชื่อมโยงไปยัง Gongbei Port ในจีนแผ่นดินใหญ่ จึงเป็นเส้นทางหลักสำหรับผู้ที่เดินทางไปมาระหว่างมาเก๊ากับเมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง คนทำงานในมาเก๊าหลายคนเดินทางมาจากกวางตุ้งและกลับบ้านในจีนแผ่นดินใหญ่ทุกวันหลังเลิกงาน

ธุรกิจร้านขายยาก็เฟื่องฟูในพื้นที่ Border Gate เช่นกัน หลังจากฮ่องกงเริ่มปราบปรามการค้าคู่ขนาน (Parallel Trading) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอาหารสำหรับทารก สินค้าจำเป็นส่วนใหญ่ที่ขายในมาเก๊า รวมถึงอาหารสำหรับทารกนั้นมาจากฮ่องกง และปัจจุบันยังไม่มีข้อห้ามเรื่องการส่งออกอาหารสำหรับทารกมายังมาเก๊า ด้วยเหตุนี้พื้นที่ Border Gate จึงเนืองแน่นไปด้วยผู้ค้าในธุรกิจการค้าคู่ขนานซึ่งมามองหา “สินค้าจากฮ่องกง”

กิจกรรมที่คึกคักนี้ส่งผลดีต่อร้านเครื่องประดับซึ่งดำเนินกิจการอยู่ในบริเวณใกล้กัน จริงอยู่ ร้านค้าเหล่านี้ไม่ได้ขายเครื่องประดับหรูหราราคาแพง แต่ก็ยังคงมีผู้ต้องการทองคำแท้และหยก รวมถึงเครื่องประดับพลอยสีและเครื่องประดับเพชรอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้อัตราค่าเช่าที่ก็สมเหตุสมผล ร้านซึ่งมีพื้นที่ 56 ตาราง-เมตรมีอัตราค่าเช่าราว 3,900 ถึง 6,400 เหรียญสหรัฐ เมื่อบวกกับค่าจ้างพนักงานขายสี่ถึงห้าคนและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่นๆ แล้ว ต้นทุนในการดำเนินงานต่อเดือนจึงตกอยู่ที่ราว 16,700 ถึง 19,300 เหรียญสหรัฐ

ปัจจุบันมาเก๊าเป็นเพียงเมืองเล็กๆ แต่ตลาดค้าปลีกเครื่องประดับมีความมั่นคงมากกว่าในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ ที่นี่คุณสามารถหาร้านค้าหลากหลายจากแบรนด์ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งร้านค้าเครือข่ายใหญ่และร้านบูติกแบบอิสระ นับเป็นสถานที่ที่ไม่เลวเลยสำหรับผู้ขายเครื่องประดับที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ

------------------------------------------

ที่มา: “Macau’s jewellery market remains resilient.” by Barry Lau. JNA. (March 2016: pp. 20, 22).

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที