ณพล

ผู้เขียน : ณพล

อัพเดท: 17 ม.ค. 2013 12.12 น. บทความนี้มีผู้ชม: 10350 ครั้ง

เมื่อกล่าวถึงสถานที่จังหวัดกาญจนบุรีแล้วนั้น ถ้าจะบรรยายเมืองนี้สั้นๆ น่าจะต้องกล่าวคำขวัญเป็นอย่างแรก“แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ พลอยเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก” ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของจังหวัดกาญจนบุรีได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว


ประวัติพลอยเมืองกาญจน์และแหล่งของ อัญมณีกาญจนบุรี

ประวัติพลอยเมืองกาญจน์และแหล่งของ อัญมณีกาญจนบุรี



เมื่อกล่าวถึงสถานที่จังหวัดกาญจนบุรีแล้วนั้น ถ้าจะบรรยายเมืองนี้สั้นๆ น่าจะต้องกล่าวคำขวัญเป็นอย่างแรก“แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ พลอยเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก” ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของจังหวัดกาญจนบุรีได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

หลายๆคุณๆอาจจะได้คุ้นชินไปสัญจรแหล่งท่องเที่ยวหลายที่มาแล้วหลายที่เช่น สะพานข้ามแม่น้ำแคว, ประสาทเมืองสิงห์, อุทยานแห่งชาติน้ำตกเอราวัณ, เขื่อนกั้นน้ำศรีนครินทร์, ถ้ำพระธาตุ, น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น แต่จากสโลแกนแล้ว คำว่า “พลอยเมืองกาญจน์” มีต้นกำเนิดจากสิ่งไรกัน เพราะอะไรถึงเข้าไปอยู่ในสโลแกนได้

หากอ้างอิงถึง อัญมณีกาญจนบุรี แล้วที่มีชื่อเสียงที่สุดคงหนีไม่พ้น พลอยเมืองกาญจน์ ซึ่งตระกูลที่ขึ้นชื่อและได้รับความชื่นชอบมากที่สุดคือ นิล และ ไพลิน ซึ่งเป็นพลอยที่พบได้มากในเมืองกาญจน์เท่านั้น สถานที่ๆจำเพาะเฉพาะเจาะจงลงไปอีกคือ อ.บ่อพลอย ชื่อเรื่องคงเสนอเด่นชัดอยู่แล้วว่า เป็นที่อยู่เด่นของอัญมณีกาญจนบุรีเลย มีการทำเหมืองพลอยให้เจอะอยู่มากมาย

อ.บ่อพลอยนั้นอยู่ไม่ห่างไกลจากสะพานข้ามแม่น้ำแควเท่าไหร่นัก ตั้งแต่แรกอ.บ่อพลอยซึ่งเป็นถิ่นยิ่งใหญ่ของพลอยเมืองกาญจน์นั้น เป็นเพียงแค่ กิ่งอำเภอบ่อพลอย อย่างเดียว แต่ต่อมาได้รับการยกระดับขึ้นไปเป็น อ.บ่อพลอย เหตุว่าถือเป็นอำเภอที่เด่นต่ออัญมณีกาญจนบุรี หรือ พลอยเมืองกาญจน์เป็นอย่างสูง

ตามนิทานที่เล่าเรื่องกันมาประวัติความเป็นมาของ อ.บ่อพลอยนั้น ยังไร้หลักฐานและข้อมูลที่แน่ชัด มีแต่คนที่เล่าบอกต่อกันมาบ่อยว่า ในสมัยเก่าแก่ มีหมู่บ้านซึ่งค้นพบว่ามี อัญมณีกาญจนบุรีและก้อนหินสีต่างๆ อยู่เป็นจำนวนมาก โดยพบทั้งตามแหล่งน้ำลำธาร และตามตีนเขา ชาวบ้านทั่วๆ ไปเจอะเจอได้เก็บเพชรพลอยพวกนั้นมา โดยไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคือสิ่งไร ตอนหลัง

ทางการได้ตระหนักว่าก้อนหินสีนั้นเป็นพลอยกาญจนบุรี เลยได้ตั้งชาวกระเหรี่ยงขึ้นมาเป็นผู้สั่งการนายหนึ่ง และมอบหมายงานหน้าที่ให้ไปเก็บสะสมพลอยเมืองกาญ เพื่อส่งไปยังเมืองกาญจนบุรีปีละครั้ง หลังจากนั้นเจ้าเมืองกาญจนบุรี จะส่งพลอยจำนวนนี้เท่าที่มีไปยังกรุงเทพ เรียกว่า “ส่งส่วยพลอย”



ในหมู่บ้านนั้นมีแหล่งน้ำเป็นที่ลุ่มแห่งหนึ่ง ซึ่งใช้ล้างพลอย เรียกว่า “บึงหัวแหวน” จากนั้น ข่าวเกี่ยวกับหมู่บ้านแห่งนี้ได้แพร่กระจายออกไป เป็นเหตุให้นักเสาะหาโชคทั้งปวง ได้เคลื่อนย้ายบ้านเกิดเข้ามาเพื่อขุดพลอย ภายหลังจึงได้มีการเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านนี้มาเป็น “บ้านบ่อพลอย” ซึ่งขึ้นอยู่อ.พนมพวน เมื่อมีประชาชนพลเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ จึงได้หมายประกาศยกตำแหน่งเขตขึ้นเป็น อ.บ่อพลอย จนถึงตอนนี้

พื้นที่ของอ.บ่อพลอย จะอยู่ห่างไกลจากเมืองกาญจนบุรีราวๆ 48 กม. ระหว่างทางจะพบเหมืองพลอยตามข้างทางอยู่ทั่วๆ ไป ส่วนใหญ่แล้วจะเป็น พลอยเมืองกาญจน์ตระกูล พลอยไพลิน บุษราคัม และนิล

พลเมืองของ อ.บ่อพลอยนั้น ถือได้ว่าไม่ท่วมท้นมาก รวมทั้งสิ้น 53,928 คน

การเดินทางได้ถึง 3 ทาง ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ต่อจากนั้นได้มีการตั้งสโลแกนของอำเภอบ่อพลอยขึ้นมาว่า “แหล่งแร่พลอยไพลิน หลวงพ่อนิลเลื่องลือไกล ปล่องภูเขาไฟปรากฏ สับปะรดหวานฉ่ำ งามล้ำถ้ำผาวังจันทร์”

อัญมณีกาญจนบุรี และ พลอยเมืองกาญจน์ ที่มาจากอำเภอบ่อพลอยนั้น จะเอามาเกลา เพื่อให้ขึ้นเป็นงานตามรูปร่างที่ประณีต ทั้งเป็นพลอยเม็ด และทำเป็นสิ่งประดับ เช่น สร้อย กำไล ธำมรงค์ และอื่นๆ ทั้งปริมาตรเล็กไปถึงสัดส่วนใหญ่มาก แต่หากว่าลูกค้าไม่มีความรอบรู้ในการดูพลอย แล้วเราชี้ช่องทางว่าควรซื้อจากร้านค้าที่สามารถไว้วางใจและเชื่อถือได้ รวมทั้งสามารถออกใบรับรองให้กับสินค้าได้ เพื่อประกันว่าพลอยเมืองกาญจน์ที่จ่ายเงินมานั้นเป็นของจริงแน่นอนจะยอดเยี่ยม คุณจะไม่ต้องเสียเงินฟรี กับพวกต้มตุ๋น หลอกจำหน่ายพลอยเก๊

ขอบคุณข้อเขียนดีดีจาก http://www.kanchanaburi.com/


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที