ปิยะธิดา

ผู้เขียน : ปิยะธิดา

อัพเดท: 13 ก.ย. 2011 23.49 น. บทความนี้มีผู้ชม: 2045 ครั้ง

แนวโน้มองค์กรยุคใหม่ Enterprise 2.0


แนวโน้มยุคใหม่ Enterprise 2.0

141423_facebook.png141423_Google-Plus-Google+.jpg        

ในวันนี้ องค์กรไม่สามารถที่จะดำเนินธุรกิจโดยไม่คำนึงถึงเครือข่ายสังคมออนไลน์ได้อีกต่อไปแล้ว   ด้วยประชากรในเครือข่ายสังคม        ออนไลน์ มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งใน Facebook, Twitter, LinkedIn และการบริการใหม่อย่าง Google+ และที่สำคัญพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตก็เปลี่ยนแปลงไปตามการเติบโตของ สังคมออนไลน์เช่นกัน 

          รายงานจาก ComScore และ Nielsen Wire ในเดือน ม.ค.2554 ได้ระบุว่า ร้อยละ 22 ของเวลาในการใช้อินเทอร์เน็ต เป็นการใช้เวลาในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตใช้เวลากับแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนมากกว่าการท่องอิน เทอร์เน็ตผ่านเว็บเบราเซอร์ ผู้ใช้เว็บไซต์ Facebook ด้วยสมาร์ทโฟนมีมากกว่าการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปถึง 2 เท่า ที่สำคัญ ลูกค้าและพนักงานภายในองค์กรก็อยู่ในเครือข่ายด้วยเช่นกัน  McKinsey&Company ได้ดำเนินการสอบถามไปยังผู้บริหารกว่า 4,394 ท่าน โดยถามถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากองค์กรสังคมออนไลน์ หรือ Enterprise 2.0 ร้อย ละ 77 เป็นแหล่งความรู้ให้กับลูกค้าสังคมออนไลน์ ร้อยละ 63 เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารการตลาด ร้อยละ 55 เพื่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของลูกค้าในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ร้อยละ 43 เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้มากขึ้น ร้อยละ 41 เพิ่มประสิทธิภาพในการประสานงานระหว่างหน่วยงานและองค์กร ร้อยละ 24 เพิ่มรายได้ และสุดท้าย ร้อยละ 8 กำไรที่สูงขึ้น  3 ขั้นตอนง่ายที่จะทำให้เราเข้าใจถึงองค์กรสังคมออนไลน์ หรือ Enterprise 2.0 ได้มากยิ่งขึ้น เริ่มจาก การพัฒนาระบบโปรไฟล์ของลูกค้าสังคมออนไลน์   ถ้าหากเรามีระบบบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าอยู่แล้ว เราก็สามารถเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น เพียงแค่เราจะต้องมีข้อมูลของลูกค้าที่อยู่ในเครือข่ายสังคมออนไลน์เพิ่ม ขึ้นเท่านั้น  เราอาจจะถามตัวเองก่อนเกี่ยวกับลูกค้าของเราดังต่อ ไปนี้   ใครคือลูกค้าของคุณ? พวกเขาชอบกิจกรรมอะไรบ้าง? พวกเขาใช้บริการเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์อะไร เช่น Facebook, Twitter หรือ LinkedIn? จากนั้นเราก็สามารถเชื่อมข้อมูลของลูกค้าเกี่ยวกับพฤติกรรมในสังคมออนไลน์ได้ 
                ต่อมา พัฒนาเครือข่ายสังคมออนไลน์สำหรับพนักงาน องค์กรไม่ควรที่จะปิดกั้นพนักงานในการเข้าสู่เครือข่ายสังคมออนไลน์ เพียงแต่ควรจะอบรมพนักงานก่อนในการใช้งานเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อธุรกิจได้อย่างถูกต้องด้วย  พนักงานขององค์กรจะเป็นหนึ่งในช่องทางที่จะรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าสังคมออ นไลน์ ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ลูกค้าสังคมออนไลน์ทั่วโลกส่งข้อความผ่าน Twitter มากกว่า 110 ล้านข้อความต่อวัน โพสต์ข้อความใน Facebook มากกว่า 1,500 ล้านครั้งต่อวัน และเขียน Blog เป็นพันล้านหน้าในแต่ละวัน จะต้องแสดงถึงความสำคัญของเครือข่ายสังคมออนไลน์ให้กับพนักงานขององค์กรได้ทราบ แนะนำเครื่องมือที่จำเป็นต่อการสื่อสารกับลูกค้าในสังคมออนไลน์ด้วย  สุดท้ายคือ พัฒนาเครือข่ายสังคมออนไลน์สำหรับลูกค้า คุณจะต้องมีเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น Facebook Page หรือ บัญชีของ Twitter เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าติดตามและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดเห็นในที่เดียวกัน   องค์กรสามารถรับฟังความคิดเห็นของลูกค้า ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ได้ ทำให้เกิดการประสานงานกันระหว่างบริษัทกับลูกค้า ลูกค้ากับลูกค้า หรือกับเครือข่ายพันธมิตรของเราด้วยเช่นกัน

อ้างอิง : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/global/20110816/404960/Enterprise-2.0.html


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที