Chaon (เชออน)

ผู้เขียน : Chaon (เชออน)

อัพเดท: 13 ก.พ. 2011 09.25 น. บทความนี้มีผู้ชม: 2572 ครั้ง

นวัตกรรมเทคโนโ,ยีและสังคมของมนุษย์จะก้าวไปอย่างไร
หากโลกจะเข้าสู่หายนะ อย่างที่หลายคนหวาดหวั่น ?


เมื่อโลกกำลังจะแตก (นวัตกรรมกับการเปลี่ยนแปลงของโลก)



เมื่อโลกกำลังจะแตก (นวัตกรรมกับการเปลี่ยนแปลงของโลก)

O.H.Chaon เขียน (ฉัฐธร ใจดี)

กระแสโลกแตก เป็นประเด็นที่โดนจับมาวิพากษ์วิจารณ์กันมาก และว่ากันว่านวัตกรรมนั้นเป็นตัวกระตุ้น ให้มันแตกเร็วยิ่งขึ้น
จนมีผู้คนกลุ่มหนึ่งหรือหลายกลุ่ม ออกมาท้วงติงไม่ยอมให้มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเทคโนโลยี, สังคม, เศรษฐศาสตร์-ธุรกิจ รวมไปจนถึงวิศวกรรม
เพื่อหวังว่าโลกจะได้ไม่แตก และพวกตนจะไม่ต้องตาย
ทว่าการเปลี่ยนแปลง-พัฒนาทางด้านต่างๆ ที่กล่าวมา ถือเป็นวงเวียนของนวัตกรรม ซึ่งในปัจจุบันมันก้าวไกลไปมาก นับตั้งแต่มีอุตสาหกรรม
การทอผ้าในประเทศอังกฤษเป็นครั้งแรก จนถึงปัจจุบันก็เลยผ่านไปราว 161-261 ปี บัดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแต่การทอผ้าเสียแล้ว
เนื่องจากมีอุตสาหกรรมใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาก และประจำการอยู่แทบทุกตำบลหนแห่ง เท่าที่มนุษย์จะสรรหาแหล่งอยู่ให้พวกมันได้
แต่ผลเสียอย่างมลภาวะเป็นพิษก็ตามมาด้วย ก็ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันดี

หากแต่ไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องพูดมากนัก เพราะนวัตกรรมกับอุตสาหกรรมมันไปด้วยกันเป็นเส้นขนาน ไม่ใช่ส่วนย่อยลงมา
และเรื่องที่พูดจะมีเพียงแค่เทคโนโลยีกับสังคมศาสตร์ และอาจมีธุรกิจ ส่วนที่เหลือจะไม่ขอกล่าวถึง
มามองเทคโนโลยีการแพทย์กันก่อน... สืบเนื่องจากความสนใจในนาโนเทคโนโลยีของช่วงศตวรรษนี้ ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องอาทิ
ใช้นาโนเทคโนโลยีในการทำเปลือกหุ้มตัวยา และส่งผ่านเข้าไปในร่างกายได้อย่างถูกจุด ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาได้ดี
กระนั้น อย่างไรก็ตาม “เมจิก บุลเลต” นี้ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาเนื่องจากความไม่สมบูรณ์ แต่เมื่อมองที่โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDs) อันคุกคามไป
จนถึงสร้างความหวาดระแวงในคนเรามายาวนาน ก็ถูกแพทย์ชาวเยอรมันประกาศออกมาว่า สามารถรักษาได้แล้ว ด้วยการปลูกถ่ายสเตมเซลล์
ถึงแม้ว่าทั้งนาโนเทคโนโลยี กับ สเตมเซลล์จะต่างกัน แต่อย่างน้อยมันคงทวีความสามารถด้านการแพทย์ได้ จนกระทั่งมะเร็งก็คงถูกกำราบ
ถ้าไม่ได้ใช้เทคโนโลยีด้านการแพทย์ ไปพัฒนาให้มันมาฆ่าคนกันเอง มันคงดียิ่งยวด
เมื่อครั้นพูดถึงเทคโนโลยีด้านสิ่งประดิษฐ์แล้ว หาได้น้อยหน้ากับการแพทย์ เมื่อมีการประดิษฐ์ หีบห่อพลาสติกที่สามารถเตือนว่าอาหารเน่าเสียหรือไม่,
ตู้เย็นอัจฉริยะ ที่สามารถบอกได้ว่าเราจะทำเมนูอะไร จากอาหารที่มีอยู่, ต้นไม้เรืองแสงตอนกลางคืน ที่จะใช้แทนเสาไฟฟ้า และไปจนถึงเจ้า
‘เฮโลอินเตอร์เซปเตอร์’ ที่เป็นยานพาหนะ 3 in 1 คือแปลงร่างได้ทั้งรถ เรือ หรือเครื่องบิน! แต่จะดีหรือที่พัฒนาโดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่ตามมา
เมื่อในโลกนี้ จะหาใครสักกี่คน อันสามารถขับ-ขี่-บังคับได้ทั้งสามอย่างนั้นบ้างเล่า และคงมีแต่ผู้กระเป๋าหนักผลาญเงินซื้อมาไว้ดูเล่นไม่ผิดเพี้ยน
การพัฒนานวัตกรรมด้านนี้หากไม่มองให้ดี กว่าจะรู้ถึงผลเสียก็คงสายเกินการณ์แล้ว

***

มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ และ คงประเสริฐยิ่งขึ้น เมื่อมีสังคมอันกว้างใหญ่เชื่อมโยงประชากรทั้ง 6000 กว่าล้าน ให้พวกเขาเหล่านี้เข้าหากันได้
อย่างไร้พรมแดนและเป็นเสรีมากยิ่งขึ้น... หากถามว่ามีไหมในปัจจุบัน คำตอบคือ “มี”
สิ่งนั้นคือเครือข่ายสังคมบนโลกไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บบอร์ด-กระดานสนทนา, การสนทนาออนไลน์ (แชท) หรือการส่งจดหมาย -
- อิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) ติดต่อสื่อสารกัน โดยทั้งหมดนั้น ถูกรวบรวมไว้ในเฟซบุ๊ค (Facebook)
เนื่องจากหาข้อมูลไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถทราบได้ว่าระหว่างเว็บบอร์ดกับอีเมลนั้น อย่างไหนมาก่อน-หลัง ทว่าจากการคาดเดานั้น
คงจะเป็นเว็บบอร์ด อันเนื่องมาจาก อีเมลจำเป็นต้องมีเว็บไซต์อยู่เป็นหลักแหล่งเสียก่อน ขณะที่เว็บบอร์ดนั้นจะปรากฏมาพร้อมกับเว็บไซต์เลย
และขณะที่การแชท กำลังเป็นที่ครองตลอดโลกไซเบอร์ ทั้งที่มันตามหลังทั้งการใช้อี-เมลและเว็บบอร์ดมา จึงไม่น่าแปลกใจหากมันจะเป็นผู้ครอง
โลกไซเบอร์อย่างเด็ดขาดในอนาคตอันใกล้
และก็เป็นเวลาชั่วขณะหนึ่งที่การเล่นไฮไฟว์ (HI5) เป็นที่นิยม ก่อนทวิตเตอร์ (Twitter) จะเดินเข้าหน้าสู่ตลาดการสื่อของโลกไซเบอร์
ทว่าเมื่อเฟซบุ๊คมาเยือน ผู้มาก่อนทั้งสองกลับหายไปราวโดนคลื่นซาดซัด เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ?
สิ่งที่พอเป็นเค้าลางได้ คงเพราะความมีสารพัดลูกเล่น (แอพลิเคชัน) ให้ใช้งาน ทั้งการเล่นเกมบนเว็บ, การตั้งกลุ่มพูดคุย, การสนทนาออนไลน์,
การค้นหาเพื่อน หรือการแชร์สิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะรูปภาพ, เพลง หรือแม้แต่คลิปวิดีโอ ซึ่งผิดกับไฮไฟว์และทวิตเตอร์ที่ไม่มี หรือปัจจุบันที่มี
ก็ต่างได้รับผลมาจากเฟซบุ๊ค เพื่อหวังจะดึงลูกค้ากลับไปหาตน แต่กลับไม่หาสิ่งใหม่อื่นใดที่ไม่มีในเฟซบุ๊คมาเสริมเสียได้... และมันคงเป็นกระแสนิยมในช่วงนี้
ในปัจจุบันนี้ สมาชิกเฟซบุ๊คทั่วโลกมีราว 500 ล้านคน หลังจากเปิดตัวให้บุคคลทั่วไปใช้งานได้เพียง *1611 วัน (4 ปี 5 เดือน 1 วัน)
หรือคิดประเมินอย่างคร่าวๆ แล้วจะมีผู้ลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกประมาณ 300000 กว่าคนต่อวัน ! และหากเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกสักสองหมื่นกว่าวัน
หรืออาจน้อยกว่านั้น สมาชิกทั่วโลกของเครือข่ายสังคมที่เด็กหนุ่มมหัศจรรย์ “มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก” (Mark Elliot Zuckerberg) สร้างมาจะมีราวหกพันล้านคน
หรืออาจคิดได้ว่าเป็นประชากรเกือบทั่วทั้งโลก ซึ่งข้อมูลส่วนนี้ถือเป็นอะไรที่น่าพิศวงอย่างมาก กับยุคสมัยของบ้านทุกหลังจะมีคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่
อันเป็นแนวคิดดั้งเดิมของบิล เกตส์ (Bill Gates) ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์
แต่ดูเหมือนยุคสมัยนั้นจะผ่านเร็วเกินไป
สังคมการสื่อสารของมนุษย์เราพัฒนาก้าวหน้า เกินกว่าคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊คจะเป็นผู้ครองตลาดได้อย่างหยั่งยืน เมื่อไอแพด (Ipad)
และไอโฟน (Iphone) ของบริษัทแอปเปิลถูกพัฒนาขึ้นมา โดยทั้งสองตัวนี้เป็นเสมือนโน้ตบุ๊ค (คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา) ถูกย่อส่วนลง
โดยนอกจากจะท่องเว็บไซต์ได้ มันยังสามารถใช้สื่อสารได้เหมือนโทรศัพท์ทั่วไป และในอนาคตไม่ไกล... อาจจะสักครึ่งศตวรรษหรือศตวรรษหนึ่ง
เราคงได้เห็นคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊คกลายเป็นซากฟอสซิลในวงการไอที แต่ไอโฟนและไอแพดจะเป็นผู้ครองตลาดการสื่อสารอย่างสิ้นเชิง
อีกทั้งกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์คงทำ รวมถึงนัดหมายกันผ่านทางอินเตอร์เน็ตเป็นอย่างแน่แท้ โดยมีตัวกลางคือเฟซบุ๊คนั่นเอง
แน่นอนว่า ผู้ครองโลก(ไซเบอร์)รายต่อไปคือเฟซบุ๊คอย่างไม่ต้องสงสัย

ทว่าการพัฒนานวัตกรรมทั้งทางเศรษฐกิจ-ธุรกิจ, สังคมศาสตร์, เทคโนโลยี และด้านวิศวกรรมนั้นอาจเป็นผลให้สภาพของโลกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
แต่ไม่ถึงกับว่าโลกจะแตกในปีค.ศ.2012... คงเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน ทั้งสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ ทำให้มนุษย์ทั้งหลายที่สุข
อยู่กับความเจริญต่างๆ ทางด้านนวัตกรรม ต้องหวาดหวั่นโกลาหลกันอยู่สักพัก ถึงจะพอกลับเข้าลู่ทางและสงบดั่งเดิม (ไม่ได้นับรวมสงครามตามสถานที่ต่างๆ)
แต่นวัตกรรมอาจเร่งให้มันเกิดเร็วยิ่งๆ ขึ้นไป หากไม่คิดให้ดีก่อนจะลงมือพัฒนาอะไรหรือสิ่งใด.


-----------------------


* เฟซบุ๊คให้คนทั่วไปใช้งานได้เมื่อ 11 กันยายน พ.ศ. 2549
* ขอขอบคุณข้อมูลเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์และการแพทย์ต่างๆ
จากหมวดวิทยาการของเว็บไซต์ www.khaosod.co.th


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที