วิสูตร

ผู้เขียน : วิสูตร

อัพเดท: 10 ก.พ. 2011 17.32 น. บทความนี้มีผู้ชม: 2119 ครั้ง

แม้แต่ความคิดของมนุษย์นวัตกรรมยังสามารถทำการตัดต่อพันธุกรรมทางความคิด “เกิดสายพันธ์ทางความคิดเทียม” ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวได้


สารลับแห่งการเวลาจากลุงสมหมายถึงนาย Face Book

นวัตกรรมคือทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบๆ ตัวเรา  ห้วงแห่งกาลเวลาที่ผ่านมามนุษยชาติในโลกกลมใบนี้ได้บริโภคเอาทุกสิ่ง ทุกอย่าง ตามแต่เจตนารมณ์ของตนเอง จากคนหนึ่งคน จากกลุ่มหนึ่งกลุ่ม  ที่ขยายทวีความต้องการไปอย่างรวดเร็ว ทุกหย่อมอณูที่เป็นแหล่งขุมพลังงานและทรัพย์สมบัติทางธรรมชาติที่มีอยู่บนโลกใบนี้  ได้ถูกมันสมองอันชาญฉลาดของมนุษยชาติที่ร่วมกันสร้าง ส่งเสริม ให้เกิดเครื่องมือที่คอยตอบสนองการบริโภคความสุขของผู้คนบนโลกใบนี้  โดยถูกกลไกของการสอนให้เชื่อจำและทำตามมาตลอดว่าสิ่งที่ได้มาง่ายๆ รวดเร็ว ตอบสนองความต้องการในช่วงเวลาขณะหนึ่งได้ จะถูกยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ดีจึงเรียกว่า “นวัตกรรมใหม่” กลายเป็นเครื่องมือความใหม่สำหรับการบริโภคนิยมของมนุษยชาติ จากประวัติศาสตร์ของการพัฒนานวัตกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นมาตลอดในโลกใบนี้ ย้อนกลับไปนับหลายล้านๆปี หรือมากกว่านั้น ประวัติศาสตร์ได้สะท้อนให้เห็นแล้วว่าการสร้างเครื่องมือที่เป็นตัวช่วยทำให้มนุษย์บนโลกใบนี้ได้สะดวกสบายขึ้น  แต่ก็ยังมีอีกด้านหนึ่งที่เป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ของการนำนวัตกรรมนั้นๆมาใช้ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ลดอายุขัยของโลกลง ดังนั้นบทความนี้จึงมุ่งเน้นที่จะนำเสนอถึงความน่ากลัวจากการใช้นวัตกรรมอย่างไม่ลืมหูลืมตา หากหยุดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมลง เพียงเท่าที่มีอยู่ตอนนี้ ผู้เขียนเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะยังสามารถใช้งานไปได้อีกหลายๆ ล้านปี ควรมีการหยุดพักการพัฒนาก่อน แล้วหันมาสร้างนวัตกรรมบำรุงโลกใบนี้ก่อนดีกว่า 

เริ่มต้นอย่างไรก่อนที่จะสายไป เมื่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้กลายเป็นสิ่งที่สำคัญต่อมนุษยชาติอย่างสูง  แม้แต่ การเกิด การเจ็บ และการตาย ยังมีนวัตกรรมที่สามารถกำหนดวันเวลาได้ ตั้งแต่เกิดจนถึงตายของมนุษย์ได้ถูกนวัตกรรมเป็นผู้กำหนดอย่างไม่รู้ตัว จากลมหายใจแรกที่สัมผัสโลกจนถึงลมหายใจสุดท้ายที่สัมผัสโลก  ยังไม่รู้สถานะที่แท้จริงของตนเองว่าอยู่บนโลกใบนี้เพื่ออะไร ภัยเงียบอันน่ากลัวนี้ได้ขยายตัวกลายพันธ์ลุกลามไปทั่วโลกใบนี้ แม้แต่ความคิดของมนุษย์นวัตกรรมยังสามารถทำการตัดต่อพันธุกรรมทางความคิด “เกิดสายพันธ์ทางความคิดเทียม” ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวได้ ซึ่งถูกปลูกฝังจากกระบวนการแบบ สอนให้เชื่อจำและทำตามกันมาตลอดจากรุ่นสู่รุ่น ถูกนวัตกรรมกำหนดชีวิตของตนเองโดยไม่รู้ตัว และก็มีความเชื่ออย่างสนิทใจเสมอว่านวัตกรรมเป็นเครื่องมือช่วยของมนุษย์ที่ต้องถูกควบคุมด้วยมนุษย์เท่านั้น หากแต่ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างที่ทุกท่านได้เข้าใจ มนุษยชาติกำลังถูกครอบงำด้วยนวัตกรรมอย่างไม่ได้ตั้งใจ เมื่อปล่อยเวลาเนินนานจนเกินจะแก้ไขจะส่งผลร้ายต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกในเวลาอันใกล้นี้ก็เป็นไปได้  สัญญาณอาการของโลกใบนี้ได้แสดงออกมาให้มนุษยชาติต้องหันมามอง การเกิดแผ่นดินไหวในเฮติ การเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ การละลายของน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือ การเกิดอุทกภัยในอเมริกากลางจากพายุหมุนเขตรอน การทรุดตัวของทางด่วนในกรุงเทพฯ การเกิดน้ำท่วมหนักภาคอีสาน ฯลฯ เป็นอาการป่วยของโลกใบนี้ที่ได้แสดงออกมาให้เห็น  ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างมาก ซึ่งสัญญาณอาการของโลกนี้ ได้มีองค์กรต่างๆ ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญจึงได้มีการจัดตั้งองค์กรวิจัยที่ทำหน้าที่เสาะแสวงหาขุมพลังงานและดินแดนใหม่ที่เป็นความต้องการของมนุษยชาติบนจักรวาลนี้ เพื่อที่จะได้เปลี่ยนโลกใหม่ให้กับมนุษย์  เมื่อโลกกลมใบนี้ทรุดโทรมถึงขีดสุดเกินการเยี่ยวยา ซึ่งการวิจัยและค้นหาแห่งพลังงานจากโลกใหม่นี้หากพิจารณาอย่างผิวเผินแล้วดูจะเป็นเรื่องดี ที่มนุษยชาติได้สร้างนวัตกรรมใหม่ที่สามารถจะค้นหาโลกใบใหม่ให้คนรุ่นหลังได้อยู่  แต่หากมองให้ลึก ให้กว้างแล้ว นัยสำคัญของงานวิจัยนี้ได้บ่งบอกให้เห็นว่าโลกกำลังเข้าสู่กาลอวสาน บ่งบอกถึงระดับของอาการป่วยของโลกเข้าสู่วิกฤติเกินการเยียวยาแก้ไข เปรียบเหมือนมะเร็งระยะสุดท้าย ซึ่งหากแต่วิธีแก้ไขปัญหาโดยการหาโลกใหม่เพื่อเปลี่ยนโลกใบเดิมนี้ เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยให้สิ่งมีชีวิตบนโลกนี้อยู่รอดได้ แต่จะเชื่อได้อย่างไรว่าอีกกี่ปีที่จะไม่เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ที่จะต้องมีการค้นหาโลกใบใหม่อีก ก่อนที่จะสายเกินไป แค่หยุดพัฒนานวัตกรรมที่สนองการบริโภคความสุขของผู้คนบนโลกไปนี้ลง และหันมาช่วยกันดูแลโลกใบนี้ให้มากขึ้น ผู้เขียนเชื่อว่าโลกใบนี้จะยังคงอยู่ได้ตามกาลเวลาที่เหมาะสมที่สุดของการใช้งานอันเกิดประสิทธิผลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ได้ตราบนานเท่านาน

แก้ไขอย่างไรก่อนที่จะสายไป  ผู้เขียนขอหยิบยกประสบการณ์ตอนวัยเด็กมาเขียนใบบทความนี้ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ผู้เขียนจดจำได้เป็นอย่างดี และหากย้อนคิดกลับไปแล้วเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ผู้เขียนได้รู้จักคำว่า นวัตกรรม นั้นเอง เมื่อตอนวัยเด็กประถมที่ 4 ผู้เขียนได้อ่านข้อความข้างถุงกล้วยแขกโดยความบังเอิญ ขณะที่กำลังกินกล้วยแขกอยู่ได้เหลือบไปเห็นข้อความ ที่เป็นจดหมายลูกโซ่ ลงชื่อคนเขียนว่าลุงสมหมายโดยเขียนข้อความว่า “ให้หยุดล้างถังยาฆ่าแมลงในแม่น้ำ เพราะควายกินน้ำไม่ได้” ใครได้อ่านจดหมายนี้แล้วขอให้คัดลอกจดหมายนี้อีก 99 ฉบับ แล้วส่งต่อให้คนอื่นๆ จะมีแต่ความโชคดีตลอดทั้งปี ถ้าไม่ทำตามจะป่วยหนักภายใน 3 วัน 7 วัน เป็นสารลูกโซ่ที่ผมอ่านแล้วรู้สึกตลกมาก หากแต่นัยสำคัญของวัตถุประสงค์ในจดหมาย เมื่อผู้เขียนได้กลับมาคิดจนปัจจุบัน มองว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้งมาก เรียกได้ว่าเป็น นวัตกรรมใหม่ ที่ดีมากในยุคนั้น เมื่อเวลาได้ผ่านมาจนถึงยุคปัจจุบันนี้ที่ได้ย่อโลกทั้งหมดมาอยู่แค่กรอบสี่เหลี่ยมหน้าจอคอมพิวเตอร์ จดหมายลูกโซ่นวัตกรรมของลุงสมหมาย ได้ถูกพัฒนาให้ใช้งานเป็นซอฟต์แวร์สำเร็จรูปอย่าง Face Book เกิดเป็นนวัตกรรมใหม่อีกครั้ง ในยุคความคลั่งทางเทคโนโลยีในทศวรรษนี้ ที่มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย  ดังนั้นผู้เขียนจึงมีแนวคิดว่าการแก้ไขระยะแรกของการเสื่อมโทรมของโลกในปัจจุบัน ต้องมีการนำนวัตกรรมที่มีอยู่มาสกัดเป็นเซรุ่ม เพื่อนำมาใช้บำรุงโลกใบนี้ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น โดยการกระจายจดหมายลูกโซ่ที่เป็นข้อความช่วยกันให้หยุดพัฒนานวัตกรรมใหม่เพื่อสนองความต้องการของมนุษยชาติที่ทำลายโลก ทั้งทางตรงทางอ้อมลง และให้ทุกคนหันมาช่วยกันบำรุงโลก จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 แตกหน่อความคิดเล็กๆ นี้ไปเรื่อยๆ ใช้นวัตกรรมที่มีอยู่เป็นเซรุ่มป้องกันโลกใบนี้ของเราต่อไป ซึ่งวิธีส่งสารลูกโซ่ของลุงสมหมายหรือของนาย Face Book เป็นวิธีการที่เร็วที่สุดที่จะทำให้คนทั่วโลกได้รับข่าวสารถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น เมื่อไม่หยุดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบสนองการบริโภคนิยมบนโลกกลมใบนี้ การสร้างความเข้าใจให้มนุษยชาติเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับแรกที่ต้องเร่งทำเพื่อให้ทุกคนบนโลกนี้ได้เข้าใจและเล็งเห็นถึงความสำคัญไปในทิศทางกัน ซึ่งหากทุกคนเห็นเป้าหมายเดียวกันแล้วจะเกิดพลังมหาศาลที่เป็นเครื่องจักรใหญ่คอยบำรุงดูแลโลกกลมใบนี้ได้ ถึงเวลานั้นผู้เขียนเชื่อว่าจะมีกลุ่มคนที่กล้าจะเสนอตัวเองเข้ามา เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่สำหรับบำรุงโลกกลมใบนี้อย่างแน่นอน  และถึงตอนนั้นนวัตกรรมใหม่สำหรับบำรุงโลกจะมีบทบาทที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ดีขึ้นและช่วยยืดอายุขัยของโลกใบนี้ได้อยู่กับมนุษยชาติรุ่นหลังต่อไปตราบนานเท่านาน

  หากแต่สิ่งต่างๆ ที่ได้ก่อเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ล้วนแล้วแต่เกิดจากสิ่งที่มนุษย์ได้คิดและสร้างขึ้นมาทั้งนั้น ดังนั้นมนุษย์เท่านั้นที่จะเป็นผู้แก้ไขเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกกลมใบนี้ให้ดีขึ้นได้  จะรอใครอีกงั้นหรือ ถ้าไม่ใช่ทุกคนที่จะร่วมมือกัน  “อย่าให้ผู้ที่ต้องเผชิญต่อชะตากรรมจากการล่มสลายของโลกกลมใบนี้ เป็นลูกหลานเผ่าพันธุ์ของเราเอง โดยขาดความรับผิดชอบจากบรรพบุรุษอย่างเรา” จนกลายเป็นตำนานกล่าวขาน บรรพบุรุษรังแกฉัน......


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที