ชนากานต์

ผู้เขียน : ชนากานต์

อัพเดท: 13 ก.พ. 2011 08.42 น. บทความนี้มีผู้ชม: 3486 ครั้ง

นวัตกรรม....คือสิ่งที่ทำให้โลกของเราเจริญขึ้น? ยอมรับว่าใช่ เพียงแต่ว่าหากมองในอีกแง่หนึ่งแล้ว จะรู้ว่ายังมีด้านมืดแฝงเร้นอยู่


ด้านมืดของนวัตกรรมสู่การเปลี่ยนแปลงโลก

ด้านมืดของนวัตกรรมสู่การเปลี่ยนแปลงของโลก

หากถามท่านว่า นวัตกรรมคืออะไร เชื่อได้ว่าร้อยทั้งร้อยก็สามารถตอบได้แตกต่างกันไปตามความเข้าใจของแต่ละคน ผู้ใหญ่อาจตอบตามความหมายในพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานว่า นวัตกรรม คือสิ่งที่ทำขึ้นใหม่หรือแปลกจากเดิม ซึ่งอาจจะเป็นความคิด วิธีการ หรืออุปกรณ์ ส่วนเด็กก็อาจตอบตามที่ได้เรียนมาและสำหรับฉัน อาจตอบตามสิ่งที่ได้เห็นในปัจจุบัน นวัตกรรมนั้นก็คือ สิ่งใหม่ที่คนเราคิดค้นขึ้นมาไม่ว่าเพื่ออะไรก็ตาม แต่มันนำมาซึ่งความเจริญของสังคมและโลกดังเช่นที่เห็นทุกวันนี้

                เมื่อไม่นานมานี้ คุณพ่อได้นำรูปภาพสมัยที่ตัวท่านยังเด็กมาให้ฉันดู ภาพสีเก่าตามกาลเวลาแต่ยังคงแฝงด้วยความอบอุ่น ภาพใบหนึ่งที่ถ่ายทอดความทรงจำมากมายเอาไว้ภายใน แม้มันจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันได้ดูรูปภาพพวกนี้แต่ทุกครั้งก็อดสนใจและนำมาเปรียบเทียบกับปัจจุบันไม่ได้เลย ภาพบ้านเรือนที่สร้างขึ้นจากไม้ ภาพของเด็กที่วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานภายใต้แสงแดดเจิดจ้า ภาพรถจักรยานคันเก่าที่จอดแน่นิ่งอยู่ข้างบ้าน หรือภาพที่คุณย่ากำลังนั่งซักผ้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ภาพเหล่านี้สะท้อนถึงความหมายของคำว่า ชีวิต สะท้อนถึงภาพสังคมเก่า ๆ ที่บัดนี้เราได้หลงลืมกันเกือบหมดสิ้น จากตรอกซอกซอยที่เคยเต็มไปด้วยเหล่าเด็กเล็กวิ่งเล่นกันที่ชวนให้ผู้มาเห็นอมยิ้มตาม มาตอนนี้กลับว่างเปล่าและเงียบเหงา เมื่อเด็กน้อยต่างพร้อมใจกันนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อเล่นเกมส์ที่พวกเขาบอกว่าสนุกหนักหนา และพอมีเรื่องเกิดขึ้นมา ทำไมถึงเอาแต่โทษคอมพิวเตอร์อย่างเดียว

จากการสื่อสารระหว่างกันที่เมื่อก่อนเคยพึ่งพาบริการของไปรษณีย์ที่ใช้เวลานานกว่าจดหมายจะเดินทางไปถึง พอเดี๋ยวนี้อะไร ๆ ก็เพียงแค่กดหมายเลขโทรศัพท์เท่านั้น มองไปทางไหนก็ต้องเห็นคนมีโทรศัพท์มือถือกันไปเสียหมด ไม่ว่าจะเด็กเล็กอยู่แค่ชั้นประถมตลอดจนถึงผู้สูงวัย ราวกับว่ามันกำลังพยายามที่จะปีนป่ายขึ้นมาเป็นปัจจัยที่ห้าของคนเราไปเสียแล้ว สงสัยในอนาคตนี้ เราคงต้องสอนลูกหลานแล้วว่า ปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตคือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรคและโทรศัพท์มือถือ

เมื่อก่อนนู้น ท้องถนนลูกรังเล็ก ๆ นี้เคยเป็นของผู้คนที่ใช้เดินทางไปมาหาสู่กัน มาตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นถนนลาดยางปูคอนกรีตชั้นดี แม้ว่าจุดประสงค์ดังเดิมก็จริง แต่มันกลับถูกยึดครองด้วยยานพาหนะมากมายเสียจนน่าอึดอัด รถยนต์ที่ช่างผลิตออกมามากเกินรับไหว ปากก็บอกว่าราคาน้ำมันแพง ปากก็บอกว่าควันเสียจากท่อทำให้เกิดมลพิษและโรคทางปอดสารพัด ปากก็บอกว่าช่วยกันรณรงค์งดใช้รถเปลี่ยนมาเดินหรือปั่นจักรยานดีกว่า แต่สุดท้ายก็ยังเห็นเจ้าสิ่งนี้ครองถนนอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

จากสถานที่ที่ไฟฟ้าไม่เคยเข้าถึงกลับเต็มไปด้วยแสงสว่างจากหลอดไฟตามท้องถนนและบ้านเรือน ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นมาด้วยความพยายามของใครหลาย ๆ คน ทำให้ทุกวันนี้การจะทำอะไรช่างดูสะดวกสบายไปเสียหมด โลกเจริญขึ้นทุกวันและทุกวัน และยังคงดำเนินต่อไปไม่รู้ว่าสิ้นสุดเมื่อใด

“โลกมีการปรับตัวเองตลอดนั่นแหละ”

สิ่งนี้ไม่ใช่ความคิดของฉัน แต่เป็นทฤษฎีหนึ่งที่ผู้คนทั่วโลกยอมรับ James Lovelock กล่าวไว้ว่า ‘โลกเปรียบเสมือนระบบสิ่งมีชีวิต’ มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพื่อทำทุกอย่างให้อยู่ในสภาวะสมดุล ส่วนคนเรานั้นต่างสรรหานวัตกรรมใหม่ขึ้นมาเพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับตนเองโดยไม่แม้แต่จะย้อนมองดูเบื้องหลังที่ถูกละเลยไป

นวัตกรรม คือสิ่งผิดงั้นหรือ? เปล่าเลย ไม่ใช่อย่างนั้น

นวัตกรรม คือสิ่งที่ทำให้โลกของเราเจริญขึ้น? ยอมรับว่าใช่ เพียงแต่ว่าหากมองในอีกแง่หนึ่งแล้ว จะรู้ว่ายังมีด้านมืดแฝงเร้นอยู่ นวัตกรรมที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

นวัตกรรมกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในทางที่ดีนั้น เห็นได้จากการที่โลกของเราเจริญขึ้น มีเทคโนโลยีรุ่นใหม่ออกมามากมายให้เลือกใช้ตามแต่กำลังทรัพย์ของแต่ละคน ฉันยอมรับว่าตนเองก็เป็นหนึ่งในคนที่พึ่งพานวัตกรรมมากคนหนึ่ง เวลาว่างของฉันหมดไปกับการนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และเข้าสู่โลกของอินเตอร์เน็ต ที่เรียกกันสวยหรูว่า ‘โลกไร้พรมแดน’ มันเหมือนกับการเปิดประตูความรู้สู่โลกกว้างผ่านทางหน้าจอเล็ก ๆ ของกล่องเหล็ก ฉันรู้จักผู้คนและทุกสิ่งมากมายจากภายในโลกเสรีนั้น เช่นเดียวกัน นวัตกรรมทำให้ฉันสามารถเดินทางจากมหาวิทยาลัยกลับบ้านด้วยเวลาไม่ถึงวัน แตกต่างจากสมัยก่อนที่เรายังไม่มียานพาหนะใช้ การเดินทางเป็นสิ่งที่ลำบากเหลือทน ผิดกลับสมัยนี้ที่การเดินทางเป็นสิ่งที่ง่ายดายเหลือเกิน

พอกล่าวถึงด้านดีของนวัตกรรมกับการเปลี่ยนแปลงโลกไปแล้ว ลองมาย้อนดูด้านมืดของมันกันบ้าง เชื่อกันว่าหลายคนรู้กันดีเพียงแต่เลือกที่จะมองข้ามมันไป พูดถึงนวัตกรรมด้านยานยนต์ ควันจากท่อไอเสียก่อให้เกิดมลพิษและยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โลกของเราร้อนขึ้นทุกวัน โลกก็เหมือนกับสิ่งมีชีวิต ย่อมต้องปรับเปลี่ยนตัวเองให้สมดุล ซึ่งนำไปสู่การที่ฤดูกาลทุกพื้นที่บนโลกผิดแปลกไปจากเดิม หน้าหนาวที่ควรหนาวกลับร้อนระอุ หน้าร้อนที่ควรร้อนบางแห่งกลับหิมะตก เกิดเป็นปรากฏการณ์หลายอย่างที่สร้างความเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า แล้วยังมีนวัตกรรมอะไรอีกเล่า นวัตกรรมทางด้านพลังงานนิวเคลียร์ที่ใช้สร้างกระแสไฟฟ้า พลังงานนี้เป็นพลังงานบริสุทธิ์ที่ทางประเทศไทยคิดจะเอาเข้ามาใช้แต่ได้รับเสียงคัดค้านเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย สิ่งที่เป็นปัญหาจริง ๆ คือกากนิวเคลียร์ที่ปล่อยกัมตภาพรังสีออกมา ซึ่งทุกวันนี้ แม้ว่านวัตกรรมจะเกิดขึ้นมากเท่าไร แต่เราก็ยังไม่สามารถหาวิธีกำจัดกากนิวเคลียร์นี้ได้เลย

ข่าวที่ออกมาในช่วงนี้ หลายข่าวเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ อาจจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนวัตกรรมก็จริงอยู่ แต่ก็เป็นสิ่งยืนยันได้ว่าโลกของเรากำลังเปลี่ยนแปลง มีหลายอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินจะตั้งตัวได้ทัน มันก็เหมือนกับการเกิดโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทยในไม่กี่ปีที่ผ่านมา ครั้นเกิดแผ่นดินไหวราว 9 ริกเตอร์ที่เกาะสุมาตราส่งผลให้คลื่นสึนามิโถมกระหน่ำซัดเข้าชายฝั่งที่ประเทศไทย กวาดเอาทุกสิ่งทุกอย่างรวมถึงชีวิตคนกลืนหายไปกับท้องทะเล ในตอนนั้นฉันคิดว่าหากเรามีเครื่องเตือนภัยสึนามิ คงไม่เกิดเหตุเช่นนี้ นับว่านวัตกรรมมีบทบาทสำคัญต่อการช่วยเหลือชีวิตมนุษย์น่าดู แต่พอเมื่อเร็ว ๆ นี้ ข่าวคนงานติดอยู่ใต้เหมือง เราก็อดคิดอีกไม่ได้เหมือนกันว่า เพราะคนเราใช้นวัตกรรมไปรังแกโลกเองไม่ใช่หรือ โลกก็อยู่ของมันดี ๆ แต่เรากลับรังแกมันด้วยการเจาะลงไปในชั้นหินเพื่อค้นหาอัญมณีและแร่ต่าง ๆ มาปรนเปรอความต้องการของตนเอง รวมถึงสรรสร้างนวัตกรรมใหม่ขึ้นมาอีก แต่ถ้าหากเราไม่มีนวัตกรรมล่ะ เราก็คงอยู่ไม่ได้เหมือนกัน

แล้วแบบไหนล่ะที่ดีกว่า?

ถ้าถามฉัน ฉันก็คงตอบได้แค่ว่า “นวัตกรรมมันก็ดีอยู่หรอก ไม่สิ ดีมาก ๆ เลยล่ะ เพราะมันทำให้อะไร ๆ ก็ง่ายขึ้น ใครจะไปเชื่อว่าสักวันเราจะบินบนท้องฟ้าได้เหมือนนก นี่ถ้าพี่น้องตระกูลไรต์ไม่แหวกแนวความคิดพยายามสร้างมันขึ้นมา ป่านนี้เราคงยังคลานเป็นเต่าอยู่เลย ไหนจะโทมัส เอดิสัน พี่แกเล่นทดลองตั้งพัน ๆ ครั้งกว่าจะได้หลอดไฟ โลกก็เลยเปลี่ยนแปลงแบบนี้ไง”

อ้าว แล้วไม่สงสารโลกเหรอ?

“มันไม่เกี่ยวกันหรอก คนที่ใช้นวัตกรรมเป็นก็มี ส่วนคนที่สักแต่ใช้โดยไม่มองรอบข้างก็มี ขึ้นอยู่กับสำนึกของแต่ละคนมากกว่าว่ามีมากน้อยขนาดไหน นวัตกรรมไม่ได้ทำลายโลกหรอกนะ คนเราต่างหากที่ใช้มันทำ จะแก้มันก็ต้องแก้ที่สาเหตุสิ เพราะงั้นตอนนี้ช่วยกันหาทางง้อคุณโลกที่แสนขี้น้อยใจกันดีกว่า”

สรุปคือนวัตกรรมเปลี่ยนแปลงโลกใช่มั้ย?

                “คำตอบของฉันมีอยู่แล้ว ตัวคุณต่างหากล่ะ คิดว่าอย่างไร”


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที