นักเขียนนอกรีต

ผู้เขียน : นักเขียนนอกรีต

อัพเดท: 28 ม.ค. 2011 20.50 น. บทความนี้มีผู้ชม: 2232 ครั้ง

ความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติคืออะไร? มันมีจุดประสงค์ใดในความเปลี่ยนแปลงนั้น?เพื่อให้เราลุ่มหลงในนวัตกรรมและหันกลับมาทำลายธรรมชาติหรือเปล่า? และธรรมชาติจะตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ที่มีต่อธรรมชาติอย่างไร? ขอเชิญทุกท่านร่วมกันตีแผ่จุดประสงค์ของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และสิ่งที่นวัตกรรมจะนำพาท่านไปสู่ความจริงอันน่าเศร้าสลดของมนุษยชาติ


ทาสนวัตกรรม

     คำว่านวัตกรรมคืออะไร นวัต มีความหมายว่า “ สิ่งใหม่ ” กรรม คือ “ การกระทำ ”  ดังนั้น นวัตกรรม จึงมีความหมายว่า “ การกระทำสิ่งต่างๆด้วยวิธีการใหม่ๆ ” สิ่งที่เรียกว่านวัตกรรมนั้นแต่เดิมแล้วไม่ได้เกิดขึ้นเพราะมนุษย์อยากให้เกิดแต่เกิดขึ้นเพราะมนุษย์จำเป็นต้องทำให้มันเกิด นวัตกรรมถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ในฐานะเผ่าพันธุ์ผู้ปกครองโลก เมื่อใดที่ธรรมชาติเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงโดยธรรมชาติเอง โลกเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงโดยโลกเอง มนุษย์ก็จำต้องสรรค์สร้างสิ่งใหม่ๆ ด้วยวิธีการใหม่ๆ เพื่ออยู่ในธรรมชาติใหม่ๆ แต่เหมือนธรรมชาติไม่เคยหยุดทดสอบมนุษย์ มันได้เปลี่ยนแปลงตัวของมันเองนำหน้ามนุษย์ อย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อให้มนุษย์ก้าวตามมันไป และหากมนุษย์ก้าวทันมันเมื่อไหร่มันก็จะเปลี่ยนแปลงตัวเองอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นดังโจทย์ข้อยากที่มนุษยชาติต้องแก้ไข                                                                                                                                                             

        มนุษย์พัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ จากการปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของโลกด้วยนวัตกรรมใหม่ๆของพวกเขา แต่พวกเขาไม่ได้พอใจที่จะต้องเดินตามหลังธรรมชาติเลยแม้แต่นิดเดียวเขาทั้งหลายไม่ต้องการเดินตามการเปลี่ยนแปลงของโลกอีกต่อไปเขาต้องการให้โลกเดินตามเขาบ้าง

       เมื่อความศรัทธาในธรรมชาติหมดไป นวัตกรรมใหม่ๆจึงถูกยกขึ้นมามากมายเพื่อต่อกรกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และเหมือนธรรมชาติจะยังไม่ทันได้ระวังตัว โลกใบนี้ได้ถูกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วย นวัตกรรม ใหม่ๆจากน้ำมือของมนุษย์ทุกสิ่งในโลกใบนี้ ง่ายขึ้นสำหรับมนุษย์ การเดินทางระยะทางเป็นพันๆกิโลเมตรรวดเร็วเพียงชั่วข้ามคืน อาการไม่ว่าร้อนหรือหนาวถูกควบคุมได้ดังใจสั่ง  สัตว์ร้ายมากพิษสงกลายเป็นของดูเล่น ป่าลึกทึบ เขาสูงชัน ทะเลลึกหรือแม้แต่อวกาศอันห่างไกลก็ไม่พ้นขีดจำกัดทางนวัตกรรมอันแสนมหัศจรรย์ของมนุษย์ ทุกสิ่งทุกอย่างมีความสะดวกสบายราวกับเป็นโลกแห่งความฝัน มนุษย์ได้ก้าวนำความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติไปเสียแล้ว พวกเขาเริ่มหลงระเริงในความสำเร็จของตน มนุษย์จึงเริ่มเปลี่ยนแปลงธรรมชาติตามที่ใจต้องการ

      เหมือนคำสาปที่ธรรมชาติที่ธรรมชาติสาปแช่งมนุษยชาติ เมื่อมนุษย์ก้าวเดินไปโดยละเลยความสำคัญของธรรมชาติและยึดถือในนวัตกรรมของเขา มนุษย์เริ่มทำลายสิ่งต่างๆที่ธรรมชาติเคยมอบให้ มนุษย์เริ่มทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าเพื่อพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า นวัตกรรม ที่พวกเขาภูมิใจ พวกเขาทำลายไม่เว้นแม้แต่เพื่อน มนุษย์ด้วยกันเองเพื่อมัน มนุษย์บดขยี้ป่าไม้อันสวยงามและสมบูรณ์ เพื่อก่อตั้งแหล่ง นวัตกรรม มนุษย์ขุดเจาะทลายภูเขาลูกมหึมาเพื่อส่งเครื่องเซ่นสังเวยแด่นวัตกรรมของเขาชีวิตเพื่อนมนุษย์จำนวนนับไม่ถ้วนถูกเผาผลาญดังแมลงไร้ค่า เพื่อเปิดทางให้แก่นวัตกรรมและในขณะเดียวกัน นวัตกรรมเหล่านั้นก็ยังฟาดฟันหมายทำลายล้างกันเองราวกับว่ามันไม่ได้รับใช้มนุษยชาติเผ่าพันธุ์เดียวกัน ผลจากการกระทำอันหยาบช้านี้กำลังย้อนกลับมาล้างแค้นมนุษย์แล้ว

     ผืนป่าได้กลายเป็นทะเลทราย มหาสมุทรเต็มไปด้วยสิ่งโสโครกโสมม โลกร้อนระอุดังไฟนรก จิตใจคนเต็มไปด้วยความโหดร้ายและการระแวง ทุกชีวิตบนโลกต้องเผชิญกับความอดอยาก สารพิษและภัยพิบัตินานา นี่หรือคือสิ่งที่มนุษย์ต้องการจากนวัตกรรมที่พวกเขาศรัทธา นี่หรือสิ่งที่มนุษย์ต้องการจากการพยายามเปลี่ยนแปลงโลกที่มนุษย์ปรารถนา

     นวัตกรรมที่ครั้งหนึ่งเคยถูกสรรค์สร้างขึ้นมาเพื่อรับใช้มนุษย์ เพื่อให้มนุษย์ก้าวทันตามความเปลี่ยนแปลงของโลก แต่ปัจจุบันนี้มนุษย์กลับต้องตกเป็นทาสของนวัตกรรม เพื่อจะเอาชนะธรรมชาติ โดยหารู้ไม่ว่าเรากำลังขุดหลุมฝังโลกใบนี้ด้วยพลั่วที่มีชื่อว่า นวัตกรรม เรากำลังฝังอนาคตของลูกหลานลงไปในหลุมแห่งความพินาศ และเรากำลังเปลี่ยนแปลงให้โลกของเรากลายเป็นป้ายหลุมศพแห่งจักรวาล ความอัปยศของมนุษยชาติที่เคยคิดบงการธรรมชาติจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์แห่งเอกภพ

     พอเสียทีเถอะเลิกเป็นทาสแห่งนวัตกรรมเสียที เลิกถูกมันปกครองและหันกลับมาปกครองมันเสียที นวัตกรรมมีไว้เพื่อรังสรรค์ธรรมชาติไม่ใช่ทำลายธรรมชาติ และ มนุษยชาติก็มีหน้าที่ติดตามธรรมชาติไม่ใช่ปกครองธรรมชาติหากมนุษย์ยังคงดึงดันจะเปลี่ยนแปลงโลกไปตามอำเภอใจด้วยนวัตกรรมอีก โลกคงก้าวเดินไปสู่ความล่มสลาย แต่หากมนุษย์สามารถนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อการเปลี่ยนแปลงของโลกได้แล้ว นวัตกรรมก็จะกลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่จะทำให้มนุษยชาติสามารถพัฒนาเผ่าพันธุ์ต่อไปอย่างไม่มีขีดจำกัด

     


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที