KIEMAN

ผู้เขียน : KIEMAN

อัพเดท: 15 ต.ค. 2011 21.30 น. บทความนี้มีผู้ชม: 10364 ครั้ง

คำสอนจากบ่อปลา


เข้าใจน้ำก่อนน้ำเข้าถึงตัว

13 กันยายน 2554 ผมรีบออกเดินทางไปอุทัยธานีเพื่อไปเตรียมรับมือกับน้ำที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่นาน แม่น้ำสะแกกรังเริ่มเอ่อล้นเป็นสัญญาณทางธรรมชาติชี้ให้เห็นว่าอีกไม่นานจะมีน้ำจำนวนมหาศาสมาถึงถิ่นอุทัยธานีคืนนั้นผมไปถึงประมาณ 11.00 pm. ระดับน้ำยังห่างจากบ้านอยู่ประมาณ 1 เมตร ทุกอย่างมืดมิดเราจึงปักระดับน้ำและวิเคราะห์อัตราการไหลของมวลน้ำจากกรมชลประทาน เช้าวันที่ 14 กันยายน 2554 ผมพบว่าระดับน้ำได้สูงขึ้นจากเมื่อคืน 10 เซนติเมตรแสดงว่าน้ำสูงขึ้นโดยเฉลี่ยชั่วโมงล่ะ 1 เซนติเมตร ผมดูสถานการณ์แล้วยึดเอาระดับน้ำปี 2549 เป็นที่ตั้งจากนั้นทำการยกทุกอย่างให้สูงกว่าระดับน้ำปี 2549 และแล้วเวลาก็ผ่านไปอีก 1 วัน ระดับน้ำสูงขึ้นมาอีก 30 เซนติเมตร ถึงจุดเสี่ยงแล้วเราจึงรีบไปซื้ออิฐมากันพร้อมทั้งก่อปูนปิดทุกด้านเพื่อสู้น้ำ ปูนยังไม่ทันแห้งดีระดับน้ำก็เข้าเขื่อนที่เรากั้นแล้ว เมื่อออกไปที่ถนนใหญ่ พหลโยธินพบว่าน้ำกินถนนไปครึ่งหนึ่งแล้วจึงจำเป็นต้องถอนกำลังกลับมาตั้งหลักที่ กทม. และแล้วเวลาผ่านไป 1 เดือน 15 ตุลาคม 2554 น้ำก็มาเยือนกทม.อีกครั้งที่เห็นทีมงานเมืองหลวงเตรียมรับมือกับสถานการณ์ ซึ่งเป็นไปได้ยากที่กทม.จะไม่ได้รับผลกระทบเพราะ น้ำมาเกินระดับที่เราสามารถรับมือได้ สิ่งเดียวคือทำความเข้าใจว่าน้ำ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด อาจทำให้ชีวิตเราติดขัดไปบ้างไม่เป็นไร ถือว่าได้ลองบริหารสมองในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทุกปัญหามีทางออก น้ำเชี่ยวอย่าขวางไม่เป็นประโยชน์เหมือนคนจะวิ่งเข้าประตูสนามฟุตบอลเอารั้วอะไรไปขวางคงกั้นไม่อยู่ ต้องเตือนสติกันจะได้ไม่เหยียบกันตาย ฝากไว้น้ำจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระดับ เพราะฉะนั้นถ้าเราอยู่ให้สูงกว่าระดับนั้นเราจะไม่โดนน้ำครับ  


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที