ต.เต่า

ผู้เขียน : ต.เต่า

อัพเดท: 03 เม.ย. 2010 11.40 น. บทความนี้มีผู้ชม: 6353 ครั้ง

การใช้สติมองปัญหาเราจะเห็นภาพชัดกว่าการมองด้วยตาเปล่า


การใช้สติมองปัญหาเราจะเห็นภาพชัดกว่าการมองด้วยตาเปล่า

บังตา

            ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาตั้งแต่เด็กผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ถ้าพูดถึงวัด พระสงฆ์  การทำบุญใส่บาตร พิธีกรรมต่างๆทางพุทธศาสนาในวันสำคัญๆก็ได้ปฏิบัติมาโดยตลอดแต่ก็ทำไปโดยที่ไม่แน่ใจว่าทำไปแล้วได้อะไร ถ้าได้บุญ แล้วจะเป็นยังไง ทำบุญแล้วจะไม่ตกนรกหรืออย่างไร แต่ในวันนั้นเข้าใจผิดคิดว่าพระสงฆ์คืออาชีพๆหนึ่งของคนที่อยู่ในสังคมที่ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตน แต่เกิดความสงสัยว่าทำไมพระที่เทศเก่งๆมีความรู้มากขนาดนั้นท่านไปเรียนมาจากไหนและทำไมท่านถึงได้มาสอนคนที่ใช้ชีวิตบนโลกที่เรียนรู้ด้วยตัวเองแต่ตัวท่านอยู่แต่ในวัด ข้าพเจ้าชอบฟังเวลาพระเทศมากจะหยุดฟังทุกครั้งที่ได้ยินความรู้สึกเหมือนใจได้เติมพลังเข้าไป แล้วพระเอาสิ่งที่เทศสอนมาจากไหนหรือว่าจะเป็นพระไตรปิฎกซึ่งเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า

ด้วยภาระหน้าที่อันหนักมาก คำถามนั้น จึงทำให้กระดาษคำตอบว่างเปล่าเหมือนรอคำตอบที่ถูกต้อง แต่รอระยะเวลาวงรอบของชีวิตเมื่อยังไม่ถึงเวลาอันเหมาะสมคำตอบของปัญหาบางอย่างต้องอาศัยการเดินทางผ่านบางสิ่งบางอย่างก่อนถึงจะเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องของสัจธรรมของชีวิต เมื่อเราไม่รู้จักความทุกข์เราจะรู้ถึงความสุขที่แท้จริงได้อย่างไร เรารู้จักสีขาวเพราะว่ามีสีดำให้เราเห็น

ปัญหาทุกปัญหามีทางแก้ไขแต่ประการแรกที่เราต้องทำคือการตั้งสติก่อน นั้นก็คือหลัก  เพราะการที่เราใช้ชีวิตแบบเร่งรีบขาดสติในปัจจุบันนี้ทำให้จิตใจว่าวุ่น สับสนพอเราสงบนิ่งหลับตาตั้งสติ ก็เหมือนคนที่วิ่งตลอดเวลาแล้วได้หยุดพักก็เกิดความสุขขึ้น พอได้ผ่อนคลาย จิตใจก็สงบสติมีปัญญาก็เกิดตามมา ปัญหาที่เกิดแก้ไม่ตกเหมือนวิ่งวนหาทางออกไม่เจอก็เป็นเรื่องง่ายดาย เพราะเมื่อการใช้สติมองปัญหาเราจะเห็นภาพชัดกว่าการมองด้วยตาเปล่านั้นเอง

            วันที่ข้าพเจ้าได้รู้จักการใช้สติมองปัญหา และรู้จักการหยุดนิ่ง ไม่หลงไปกับปัญหาหรือกิเลสที่บังตา  วันแรกที่ได้นั่งนิ่งๆหลับตาทำสมาธิในห้องที่จัดไว้สำหรับนั่งสมาธิ  เป็นเวลานานพอสมควรสำหรับมือใหม่ เกิดความสุขขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก  คล้ายๆมีเสียงจากภายในแต่เหมือนกับคุยกับความคิดของตัวเองก็ไม่แน่ใจ สรุปได้ใจความว่าการแก้ปัญหาที่ผ่านมาผิดวิธีจึงทำให้ปัญหาไม่รู้จักจบแต่เป็นการทำให้ปัญหาคงอยู่ และเรื้อรัง

ข้าพเจ้าเริ่มจากการหยุดๆทุกอย่างแล้วค่อยๆไล่เรียงที่ละเรื่องทีละปัญหา สิ่งที่ผิดพลาดไม่ไปเสียใจ ปล่อยวางมันไป ปัญหาไหนแก้ได้ก็ค่อยๆแก้ อันไหนแก้ไม่ได้ก็คอยดูว่าเวลาจะทำให้ปัญหานั้นมีรูปแบบเป็นอย่างไรอาจจะแก้ได้แต่ไม่ใช่วันนี้ต้องรอเวลา และวันนี้จิตใจของข้าพเจ้ามีความสุขมากถึงแม้ความเป็นอยู่ร่างกายไม่ได้สบาย อย่างที่เคยคิดฝันไว้แต่เมื่อจิตใจสงบผ่อนคลายไม่เร่งรีบแล้วปัญหาบนโลกใบนี้ทุกเรื่อง ก็เป็นของธรรมดาของมัน ที่ต้องดำรงอยู่คู่กับโลก ดังนั้นเราก็ไม่ทุกข์เพราะเรารู้ว่าเป็นเรื่องธรรมดา เหมือนเช่นความแก่ของคนสำคัญอยู่ตรงวิธีคิด ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรเมื่อเราแก่ไม่ใช่ไปพยายามต่อสู้กับมันนั้นคือความโง่เขลาของคนที่สร้างความทุกข์ให้กับจิตใจของตนเองเป็นต้น วันนี้ข้าพเจ้ามีความสุขมากจิตนิ่งสงบมีแรงกระเพื่อมน้อยมาก ข้าพเจ้าอยากให้คนทุกคนที่ยังมีความทุกข์ได้มีความสุขแบบข้าพเจ้า แล้วโลกใบนี้ก็จะน่าอยู่ขึ้นถ้าทุกคนมีความสุขปล่อยวางได้  

 

                   ให้กี่คะแนนดีนะ ?                                      

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที