พรพรหม

ผู้เขียน : พรพรหม

อัพเดท: 26 ม.ค. 2009 13.01 น. บทความนี้มีผู้ชม: 35421 ครั้ง

ทุนให้เปล่า เพื่อไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรี สาขาใดก็ได้ มหาวิทยาลัยใดก็ได้ในสิงคโปร์ ให้ทุนโดยรัฐบาลสิงคโปร์


ข้อมูลเบื้องต้น ประสบการณ์การสอบทั้งสี่รอบ

ทุนรัฐบาลสิงคโปร์ เป็นทุนที่รัฐบาลสิงคโปร์ให้แก่นักเรียนจากประเทศสมาชิกอาเซียน  เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่ประเทศสิงคโปร์ โดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อผูกมัดใดๆทั้งสิ้นจำนวน 40 ทุน มีวัตถุประสงค์หลักคือ เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และสร้างโอกาสทางการศึกษา
 
คุณสมบัติผู้สมัคร  ต้องเป็นเด็กม.6 ของเมืองไทย (เค้าไม่ให้เด็กที่ได้วุฒิจากต่างประเทศมาสอบนะคะ) แต่อย่างไรก็ตามปีพี่ก็มีเด็กนอกมาสอบ-เค้าอาจจาขอเป็นกรณีพิเศษก็ได้ค่ะ เพราะฉะนั้น เด็กโครงการ AFS ที่ได้วุฒิม.6มาจากเมืองนอกก็อาจจะมีสิทธิ์สอบได้เช่นกัน  เพราะฉะนั้นก็ลองประสานกับทางกระทรวงศึกษาธิการเป็นกรณีพิเศษไปก็แล้วกันนะคะ  เรื่องเกรดเฉลี่ย 3.00 (เฉลี่ย5 เทอม)  พวกเราก็คงไม่ต้องกังวลกันแล้วละเนอะ o(^o^)o
 
หลังจากสมัครสอบไปแล้ว จะสอบข้อเขียนเร็วมาก ประมาณ 2 อาทิตย์หลังจากส่งใบสมัคร ซึ่งอาจจะใกล้กับสอบกลางภาค น้องไม่ต้องสละสิทธิ์นะคะ  คิดในแง่ดีว่าได้ลองข้อสอบภาษาอังกฤษ (ใน CU-TEP รอบเช้า) และ ภาษาไทย คณิตคิดเร็ว และเรขาคณิต (ในความถนัดทางวิชาการ ช่วงบ่าย) สบายๆค่ะ

วิธีการคัดเลือก
 
ทุนรัฐบาลสิงคโปร์ แบ่งเป็น 4 รอบ!!! ไม่ต้องตกใจค่ะ 4 รอบจริงๆ แต่นักเรียนไทยก็สามารถผ่านกันมาได้ตั้ง 6 คนแน่ะในปีนี้  ไม่หนัก ไม่เหนื่อย (มาก) หรอกค่ะ  แค่ลุ้นๆ เร่งๆ นิดหน่อย  หนุกดีค่ะ (*“,*)
รอบแรก  สอบCU-TEP กับความถนัดทางการเรียน  บอกได้คำเดียวว่าหมูๆ เด็กเตรียมฯรุ่นพี่ผ่านรอบนี้กัน 20 กว่าคน ใน 60 คนที่เค้าคัดไว้เชียวนะ  แต่ก็ห้ามชะล่าใจนะคะ อ่านหนังสือไปเยอะๆ แล้วก็ลองสอบ CU-TEP ของจริงไว้ซักรอบ-สองรอบ + ข้อสอบเก่าที่ขายในศูนย์หนังสือจุฬาอีกซัก...เท่าที่น้องจะมีพลังใจทำก็ละกันนะคะ อิอิ (ของพี่ตอน ม.4 เคยสอบครั้งนึง ได้แค่ 579 ยังติดเลยค่ะ -แต่ตอนม.6 นี่คะแนนพี่อาจจะพัฒนาขึ้นแล้วอะนะ แต่ถ้าน้องๆพยายามทำให้เฉียดๆ 600 ไว้ก็จะเวิร์คมากเลยล่ะค่ะ)  แล้วก็หนังสือความถนัดทางการเรียน แนะนำว่าทำซักสอง-สามชุด หรือมากกว่านั้น แล้วอย่าลืมอ่านเทคนิคที่เค้าสอนในหนังสือด้วยนะคะ อย่าประมาทว่าข้อสอบเลขป.6 แล้วจะใช้ sense ทำ มันจะไม่คล่องค่ะ  สอบเสร็จก็ โล่ง%++++ กลับไปอ่านอังกฤษกลางภาคต่อได้เลย  เย้!!!!!

 
รอบสอง  สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษที่กระทรวงศึกษาธิการค่ะ  รอบนี้ขอให้เตรียมเรียงความของเราไปให้แม่นๆ เค้าจะเอาเรียงความเรามานั่งอ่านให้เราฟัง แล้วก็ตั้งคำถามค่ะ  ข้างในห้องสัมภาษณ์จะมีเก้าอี้ให้เรานั่ง (มีไมโครโฟนด้วยนะ)  ไม่ต้องกลัวค่ะ  ฝรั่ง 2 คน จะมาจากมหาวิทยาลัยที่เราเลือกไว้  กรรมการคนเอเชียอีก 3 คน จะพูดภาษาอังกฤษกับเราค่ะ  เพื่อนพี่บอกว่าคนไทย แต่พี่ไม่แน่ใจค่ะน้อง เพราะฉะนั้น อังกฤษล้วนเน้อ (ไม่ต้องกลัวๆๆ สำเนียงเค้าฟังง่ายมาก พูดช้า แล้วก็ชัดด้วย แล้วก็ไม่ได้ใช้คำศัพท์ยากด้วยนะ)

**tips**
พยายามควบคุมอารมณ์ ห้ามร้องไห้ ห้ามโกรธเอ๋อได้นิดหน่อย แล้วก็อย่ากลัวที่จะ present ตัวเอง
 
รอบสาม  รอบนี้รอนานมากกกกกกกกกกกก  (คือเราจะมีเวลาในการเตรียมรอบสาม หลังจากประกาศผลรอบสองนี้ น้อยมากด้วย)  เพราะฉะนั้น สอบสัมภาษณ์เสร็จแล้ว เตรียมสอบรอบสามไว้เลยค่ะ ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียเปล่า อ่านอังกฤษ แคลคูลัส ฟิสิกส์เรื่องการเคลื่อนที่  เยอะๆค่ะ  หรือไม่ก็ซีรอกซ์ข้อสอบเก่าที่พวกพี่และพวกพี่รุ่นก่อนๆทิ้งไว้ให้ ที่ห้องแนะแนว แล้วก็ห้องซีรอกซ์ตึก แนะนำว่าให้ทำข้อสอบ ฝึกแสดงวิธีทำให้เข้าใจ ก็โอเคแล้วค่ะ

**
วิชาที่น้องจะได้สอบในรอบที่สามนี้จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสาขาที่น้องสมัครไว้ และแผนการเรียนของน้อง  สำหรับน้องสายวิทย์ที่จะลงสอบแบบสายศิลป์  ถ้าเจอวิชาฟิสิกส์ หรือเลขยาก ขอให้โทรไปสถานทูตค่ะ ไปขอเปลี่ยนวิชาเป็นสอบ Humanity แทน (พี่ทำมาแล้ว อิอิ)

**
วิชาที่เค้าจะสอบ ก็มี เลขง่าย(ประมาณข้อสอบเอนท์+ข้อสอบโรงเรียนเราแหละ) เลขยาก(ซึ่งจะมีเนื้อหามากกว่าเลขง่าย และยากกว่า) และในข้อสอบเลขจะมี part ของ ฟิสิกส์ด้วย ซึ่งมันง่ายมากกกกกกก (พี่ไม่ได้อ่านฟิสิกส์ไปแต่ทำพาร์ทนี้ได้เพียบเลย)  ก็เน้นการเคลื่อนที่อ้ะค่ะ (particle motion) ฟิสิกส์ ก็ยากนะคะ แต่อาจจาง่ายกว่าข้อสอบโรงเรียนเรานิดหน่อยค่ะ  ถ้าระดับ 75-100 คะแนนของโรงเรียนเราก็น่าจะผ่านได้ไม่ลำบาก  เคมี ยากประมาณข้อสอบเอนท์ค่ะ ไปดูข้อสอบเก่าแล้วจะเข้าใจ ชีวะ อืมม จะได้สอบเฉพาะพวกที่ลง Bio Engineer นะค่ะ ไม่ยากมาก ทำได้แน่นอนค่ะ อังกฤษ วิชานี้สนุกสุดค่ะ เพราะจะได้เขียนๆๆๆแล้วก็เขียนค่ะ  ไม่ยากมากในพาร์ทที่เป็น choice และก็พาร์ทที่ให้เขียนตอบ  แต่น้องต้องหัดหา main idea แบบไม่มีข้อเลือกตอบไว้นะคะ แล้วก็ตอบแบบมีหัวคิดนะคะ เค้าจะให้เราแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ passage ค่ะ  ส่วนพาร์ทcloze test จะเป็นพาร์ทปราบเซียนค่ะ  เพราะน้องต้องเติมคำเอง  แต่มีเทคนิคค่ะ คือน้องต้องทำทุกพาร์ทมาก่อน แล้วน้องจะได้เนื้อเรื่องคร่าวๆ ว่าข้อสอบฉบับนี้อยากพูดเรื่องอะไร ปีพี่ก็พูดถึงเรื่องเกมคอมพิวเตอร์อ้ะค่ะ น้องต้องจับเนื้อเรื่องที่เค้าให้มาให้ได้ แล้ว convert มาเป็นคำตอบในพาร์ทนี้ค่ะ  ไม่ยาก เชื่อพี่ (",)  สุดท้ายก็สอบ Humanity ที่จะแบ่งเป็นสามพาร์ทค่ะ เศรฐศาสตร์(ซึ่งต้องอ่านจากเท็กซ์ และอ่านเหนือหลักสูตรเราไปมากๆหน่อย)  พวกลงเศรษฐศาสตร์หรือบริหารธุรกิจจะถูกบังคับทำสามข้อในห้าข้อเป็นอย่างน้อยค่ะ  พาร์ทต่อมาก็คือ Geography ก็พอเดาได้ค่ะ ใช้ความรู้รอบตัว ผสมกับความรู้ภูมิศาสตร์ตอนสอบเอ็นท์ ก็เอาตัวรอดได้แล้ว  ส่วนพาร์ทสุดท้าย World History แนะนำว่าถ้าไม่ได้เตรียมไปจริงๆ ก็ไม่ต้องเตรียมไปเลยค่ะ เพราะถามยาก ถามลึก ต้องอธิบายได้แบบแฟนพันธุ์แท้ (ประมาณนั้น) แล้วพวกเราก็ยังเรียนไม่จบเรื่องนี้ด้วย จะเสียเปรียบค่ะ  ทางที่ดีทุ่มอ่านเศรษฐศาสตร์ไปเลยค่ะ ทำไป 5 ข้อ (ทั้งพาร์ท) ก็ยังได้  พี่ว่ามันตรงกับที่อ่านแล้วก็มีคำตอบตายตัวที่สุดแล้วละค่ะ  อ้อ!อย่าลืมหัดวาดกราฟไว้หลายๆแบบด้วย วันสอบเอาปากกาสีๆไปขีดเส้นกราฟก็ดีค่ะ

รอบที่ 4: สอบสัมภาษณ์  จะมีกรรมการนั่งอยู่ในห้องสัมภาษณ์สองคน  คนนึงเป็นเจ้าหน้าที่ในสถานทูต คอยพากษ์ คอยเสริมบรรยากาศให้ตลกครื้นเครง  อีกคนเป็นกรรมการที่มาจากสิงคโปร์  อาจจะเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยที่น้องสมัครไว้ก็ได้นะ  เค้าจะสำเนียงดีค่ะ ฟังรู้เรื่องไม่ต้องกลัว (พี่เคยกลัวไง)  พยายามยิ้มแย้ม บุคลิกดี ตอบคำถามฉะฉาน  รอบนี้เค้าจะจดข้อมูลที่เราพูดไว้ในฟอร์มบางอย่าง แล้วก็จะติ๊กๆคุณสมบติเราในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คด้วย  เราจะรู้สึกแปลกๆ แต่ปล่อยความสงสัยนั้นไปเถอะค่ะ พูดคุยกับเค้าให้เต็มที่ ห้ามเเสดงอาการไม่ชอบ หรือเสียใจอะไรมากมาย  แต่ก็อย่าแข็งกระด้าง ไร้อารมณ์นะคะ เพราะที่สิงคโปร์เค้าค่อนข้างจะเครียดอยู่แล้ว  เราต้องไม่เครียดง่ายค่ะ  relax จะทำให้เราเป็นธรรมชาติแล้วก็ยิ้มได้อย่างจริงใจค่ะ (บางคนตื่นเต้นแล้วจะยิ้มไม่ได้ แล้วน้ำตามันจะคลอเบ้าค่ะ เพราะฉะนั้นเราจึงห้ามตื่นเต้นจนเกินเหตุนะคะ) 

**tips***
ไปถึงสถานทูตใกล้เวลาสัมภาษณ์ อาจไปก่อนซัก 10 นาที ก็พอ เพราะเค้าไม่ให้เราเข้าก่อนเวลานะ แล้วก็ถ้าน้องจะหาที่จอดรถ แถวนั้นมีอาคารสำนักงาน citibank , standard chartered , AIA เป็นลูกค้าของบริษัทไหนก็เลือกจอดได้เลยค่ะ  แล้วก็ค่อยนั่งแท็กซี่ข้ามฝั่งไปสถานทูตค่ะ  อ้อ!แล้วก็อย่าพะรุงพะรัง เพราะเค้าจะให้ฝากของไว้หน้าประตู เอาอะไรเข้าไม่ได้อยู่ดีนอกจากตัวและหัวใจ...วิ้วววววว  o(^o^)o
 
ถ้ามีคำถามหรือข้อสงสัย เชิญฝากคอมเม้นต์ไว้ได้ เเล้วจะมาตอบวันต่อวันค่ะ

 

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที