มานพ

ผู้เขียน : มานพ

อัพเดท: 15 ส.ค. 2009 10.07 น. บทความนี้มีผู้ชม: 1620664 ครั้ง

การเดินทางของมนุษย์จะต้องมีแผนที่ การสร้างตึก สร้างบ้าน จะต้องมีพิมพ์เขียว การทำธุรกิจเช่นกันจะต้องมีแผน แผนที่ว่านี้คือแผนธุรกิจ เพื่อความสำเร็จและขออนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน หรือเวลาที่ท่านต้องการหุ้นส่วน เพื่อให้เขาเหล่านั้นเชื่อว่าการทำธุรกิจของท่านมีความน่าเชื่อถือเพียงใด มิใช่พูดแค่ลมปาก แต่เป็นจริงได้ ที่สำคัญชาวบ้าน ที่จะทำธุรกิจ ไม่มีรู้ความสามารถที่จะเขียนแผนธุรกิจได้ เพราะจะต้องอาศัยพื้นฐานความรู้ความเชียวชาญในระดับหนึ่ง จึงจะสามารถเขียนขึ้นมาได้ บทความนี้ จะเขียนขึ้นอย่างง่าย ๆ สำหรับคนที่จะทำธุรกิจแต่ไม่มีพื้นฐานความรู้ ขาดความเชี่ยวชาญ ในการทำจัดทำแผนธุรกิจ และไม่เชียวชาญในการประกอบการธุรกิจ


ขั้นตอนการเขียนแผนการตลาด

                              ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญสามารถเรียกความสนใจจาก   ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  ได้หรือไม่นี่ละ  ที่สำคัญควรเขียนให้สอดคล้องกันกับแผนธุรกิจ  เพราแผนการตลาดเป็นส่วนหนึ่ง  ที่เสริมแผนธุรกิจ      และเพื่อประสิทธิภาพเขียนตามลำดับดังนี้

               1. กำหนดทิศทางของธุรกิจ  มีเป้าหมายว่าอีก  5   ปีข้างหน้าเราจะเป็นอย่างไร   เช่นจะเป็นร้านขายจักรยานที่มียอดขายเพิ่มอีกมากกว่าร้อยละ  15  ของยอดขายปัจจุบัน  มีการวิจัยเพื่อหาความต้องการของลูกค้าทุก  3  เดือน  เรียกว่า   Mission  หรือ พันธกิจ  หมายความว่า  จะทำให้ถึงที่หมาย  ได้อย่างไรเป็นขั้นแรกหากสำเร็จ  กำหนดขั้นต่อไป    จนสำเร็จ ถึง  ที่หมาย  ที่หมายที่ว่านี้คือ    Vision ซึ่งแปลว่า วิสัยทัศน์   

    2. ขั้นต่อไปคือเริ่มวิเคราะห์เกี่ยวกับการตลาด

คือ  Product คือ สินค้า/บริการ สินค้ามีหีบห่ออย่างไร   สามารถจับต้องได้เป็นรูปธรรมนามธรรม     

        Price คือ ราคาควรมีการวิเคราะห์ต้นทุนก่อนเสมอ

                   มีหลักการตั้งราคาอย่างง่าย ๆ  คือ  

การกำหนดราคา

           ราคา  หมายถึง  มูลค่าของสินค้าหรือบริการที่ลูกค้าจะต้องชำระให้แก่ผู้ขายเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการดังกล่าว  สำหรับราคาเป็นส่วนหนึ่งของส่วนผสมการตลาดที่อ่อนไหว (Sensitive) ต่อลูกค้ามากที่สุด

           กล่าวคือ  ถ้าหากในตลาดมีการเปลี่ยนแปลงของราคาจะส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้ามากที่สุด นั่นเอง

ราคาเกิดจาก  ต้นทุนของสินค้าบวกกำไรที่ต้องการการบวกกำไร  ในการดำเนินธุรกิจจะต้องมีหลักการ เพื่อความเหมาะสมและยุติธรรมกับลูกค้า  ทั้งนี้เพื่อจริยธรรมทางธุรกิจที่จะต้องมีเสมอเมื่อมีการซื้อขาย  แต่ในสภาวะเศรษฐกิจแล้วเมื่อเศรษฐกิจเติบราคาจะมีแนวโน้มสูงตามไปด้วย  ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกขนาดย่อมควรที่จะมีการกำหนดราคาจากหลักการ      ดังต่อไปนี้ 

                    สมการ    ราคาขาย  =   ทุน  + กำไร       เป็นพื้นฐานของการกำหนดราคา             

           การดำเนินการธุรกิจค้าปลีกขนาดย่อม  จะต้องมีการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนเกิดขึ้น  ดังนั้นจะต้องมีเกณฑ์ในการกำหนดราคา   การกำหนดราคาควรมีหลักการที่ถูกต้องเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของสถานการณ์ทางการตลาดเป็นหลักโดยที่  จะต้องอาศัยลักษณะที่สำคัญเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกขนาดย่อมจะต้องพิจารณาก่อนตั้งราคา  คือลักษณะของผลิตภัณฑ์  และการแข่งขัน  ทั้งนี้การกำหนดหลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดราคาจะต้องมีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง  ดังนี้

1.      ปัจจัยภายนอก

1.1  การแข่งขัน  ถ้ามองปัจจัยด้านการแข่งขันลูกค้ามีอำนาจในการตัดสินใจซื้อหลังจากที่มีการเปรียบเทียบซื้อแล้ว โดยหลักการแล้วลูกค้าจะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการต้องพิจารณาว่าคุ้มค่าหรือเกินมูลค่ากับเงินตราที่จ่ายไป  ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกขนาดย่อมควรที่จะทราบว่าลูกค้าใช้เกณฑ์อะไรที่มาประเมินค่าสินค้าหรือบริการ  ในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยากเพราะเป็นเรื่องของจิตใจ  แต่ถ้ามีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับเงินที่ตราที่จ่ายไปลูกค้าจะซื้อ   สำหรับการแข่งขันถ้าผู้ประกอบการร้านปลีกขนาดย่อมต้องการกำหนดราคาสูงกว่าคู่แข่งขันต้องมั่นใจว่าสินค้ามีคุณภาพมากกว่าคู่แข่งขัน  ลูกค้าจะทำการเปรียบเทียบซื้อสินค้าก่อนซื้อเสมอผู้ประกอบการร้านค้าปลีกขนาดย่อมควรพิจารณาว่าสินค้าของตนและคู่แข่งขันเป็นสินค้าในตลาดแบบใด  แม้ว่าผู้ประกอบการร้านค้าปลีกขนาดย่อมจะมีอิสระในการกำหนดราคาก็ตามแต่ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของสภาพตลาดทั้ง  4  ประเภท  ดังนี้คือ

                          ก.ตลาดแข่งขันเสรี  ลักษณะทั่วไป  ตลาดจะประกอบไปด้วยผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมาก  ไม่มี  

     ผู้ขายรายใดมีอิทธิพลในการกำหนดราคา  ดังนั้น ถ้าผู้ขายรายใดกำหนดราคาสูงยอดขายจะตกต่ำ  ซึ่งก็จะเป็น

     กฎอุปสงค์  อุปทาน นั้นเอง

                          ข.ตลาดแข่งขันกึ่งผูกขาด  ลักษณะทั่วไป  ตลาดประกอบด้วยลูกค้าเป็นจำนวนมาก  สินค้ามีความหลากหลายราคาซึ่งผู้ขายจะมีการพัฒนาด้านรูปลักษณ์

                      ค.ตลาดผูกขาด  ลักษณะทั่วไป   ตลาดประกอบด้วยผู้ขายรายเดียวส่วนมากจะเป็นรัฐบาลผูกขาดเอง  อาจจะมีการบริการต่ำกว่าทุนเพื่อสงเคราะห์ประชาชน  ทั้งนี้รัฐบาลสามารถให้สัมปทานได้ 

  เช่นไฟฟ้า  น้ำประปา

                      ง.ตลาดผู้ขายน้อยรายกึ่งผูกขาด  ลักษณะทั่วไป  มีผู้ขายน้อยราย  ผลิตและขายสินคาอย่างเดียวกัน  ซึ่งผู้ขายเองต่างมีความระมัดระวังเรื่องการกำหนดราคา  ส่วนมากเป็นสินค้าราคาแพง  เช่นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์  และอิเล็กทรอนิคส์  ซึ่งตลาดประเภทนี้ถือว่าเสมือนมีกำแพงในการกีดขวางคู่แข่งขันรายใหม่ที่เข้าสู่ตลาดจากมูลค่าการลงทุนและมูลค่าของสินทรัพย์ถาวร 

 

        Place คือ ช่องทางการจำหน่าย  มีการจำหน่ายทางใด  เช่น  วางขายตามห้างสรรพสินค้า   วางขายตามตลาดนัด   ทางอินเตอร์เน็ทเป็นต้น 

        Promotion คือ การส่งเสริมทางการตลาดการโฆษณา  ระบุในแผนอย่างละเอียด   

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที